วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
10 แหล่งสถานที่ท่องเที่ยว ช่วงฤดูฝน
ใครจะรู้ว่าบ้างว่าหลังจากเม็ดฝนที่โปรยปรายจะเนรมิตเสน่ห์ความสดชื่น ของท้องฟ้า สายน้ำ ผืนป่า และพืชพรรณ ให้สวยงามได้ขนาดนี้ ฟ้าฝนไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ สำหรับการก้าวเดินของเหล่าบรรดาผู้ที่หลงรักการท่องเที่ยว เพราะในทุกฤดูฝน ความงามที่แตกต่างของธรรมชาติจะปรากฎให้เห็นในมุมมองใหม่ที่สดชื่นกว่าเดิม สามารถเรียกพลังความสดใสกลับมา
เริ่มจากการเดินทางระยะไกลๆ กันที่ 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช มีโปรแกรม “เที่ยวป่าและน้ำตกกรุงชิง” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ. นครศรีธรรมราช ที่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติสูงมากเป็นป่าดิบชื้นที่แน่นทึบตั้งแต่ราบต่ำถึงเชิงเขา ทำให้ที่นี่นับเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวรรค์ของนกแดนใต้” ขณะที่น้ำตกกรุงชิงเอง ไม่น้อยหน้า เพราะมีความสูงถึง 7 ชั้น และความงามที่แตกต่างในแต่ละชั้นให้ได้ประหลาดใจ
ขึ้นมาภาคเหนือภูมิใจเสนอ 2 โปรแกรมเที่ยว ป่าเพชรบูรณ์ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ซึ่งความแปลกตาของป่าผืนนี้คือ ป่าสน ที่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ทำให้ต้นสนที่นี่สูงลิบตา 30-40 เมตรตระหง่านเรียงรายตัดกับพื้นหญ้าเขียวขจีบนภูเขาเพชรบูรณ์ที่สลับซับซ้อน ผสมกับอากาศหนาวเย็นปกคลุมตลอดปี เย้ายวนให้นักท่องเที่ยวเร่งฝีเท้าเข้ารับความสดชื่นในป่าผืนนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก
ก่อนเดินทางไปที่ จุดหมายที่ 3 อำเภอเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่ มีอะไรมากกว่าที่คิด เพราะที่นี่ อุทยานแห่งชาติเชียงดาวและดอยผาแดง ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำปิงและแม่แตง มีความอุดมสมบูรณ์ของป่ามากแห่งหนึ่งของภาคเหนือ โดยมีทิวทัศน์ที่สวยงามบนยอดดอยเป็นเป้าหมายที่ท้าทายสำหรับภาระกิจการเดินทางเที่ยวป่าครั้งนี้
หากต้องการสถานที่สำหรับครอบครัว 4 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ครอบคลุม 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก ยังเป็นคำตอบที่ดีด้วย สมญานามแห่งการเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน ทำให้ที่นี่แม้เป็นฤดูฝน แต่สภาพ่ก็ชุ่มฉ่ำ ป่าไม้ทุ่งหญ้าเขียวขจีสดสวย น้ำตกทุกแห่งไหลแรงส่งเสียงดังก้องป่า ให้ชีวิตชีวาแก่ผู้ไปเยือน
สถานที่แห่งที่ 5 ขอแนะนำ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของสองจังหวัด คือ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งในหน้าฝนนั้นเส้นทางที่เดินไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆทั้งลานหินปุ่ม ผาชูธง หรือลานหินแตก ปรากฎความเขียวชะอุ่มของมอสสีเขียวสดตัดกับแนวพื้นหิน และทิวป่า 3 ประเภททั้ง ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขาที่ถ่ายทอดความสุนทรีย์ของวอลล์เปเปอร์ธรรมชาติได้ต่างกัน
ใครอยากได้ความเร้าใจกับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จุดหมายที่ 6 โปรแกรม ล่องแก่งลำน้ำเข็ก ที่จังหวัดพิษณุโลก การันตีได้ถึงความมันส์ เพราะความท้าทายในการล่องแก่งช่วงกลางของลำน้ำแห่งนี้ ถือว่ามีระดับความยากสูง ระดับ 5 ของการล่องแก่งอันดับต้น ๆ ของสายน้ำในประเทศไทย
หากยังต้องการเพิ่มดีกรีความตื่นเต้นจากกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัย แหล่งที่ 7 ขอแนะนำลำน้ำที่เชี่ยวกรากอีกที่อย่าง “แก่งหินเพิง” จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งกิจกรรมล่องแก่งจะเริ่มต้นขึ้นในทุกช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี หรือช่วงหน้าน้ำที่จะช่วยเติมเต็มความสนุกสนามจากการล่องแก่งได้มากที่สุด ระยะทางการล่องแก่งที่นี่ยาว 2.5 กิโลเมตรและมีระดับความยากถึงระดับ 5 เช่นกัน
สถานที่แห่งที่ 8 เป็นการผสมผสานระหว่างความท้าทายเหนือสายน้ำ และทิวทัศน์บรรยากาศธรรมชาติที่ถูกสร้างสรรค์อย่างสวยงาม นั่นคือ วังตะไคร้ จังหวัดนครนายก ที่นี่นอกจาก น้ำตกจำลอง สวนไม้ดอกคุณท่าน และสระปทุมแล้ว ในฤดูฝนหลากการล่องแก่งห่วงยาง หรือแก่งแพยาง หรือจะเป็นกิจกรรมที่รอให้หลายๆคนฝ่าฝนออกมาค้นหา
2 สถานที่สุดท้ายในผืนแผ่นดินใกล้ๆกัน ที่จังหวัดตาก นักท่องเที่ยวสามารถ เริ่มต้นท่องเที่ยวจากแห่งที่ 9 เมืองอุ้มผาง ที่มีผืนป่าบริสุทธิ์ ไว้ให้ทอดน่องยลทัศนียภาพและอากาศบริสุทธิ์ของป่า หรือจะเลือกการนั่งช้างมองมุมสูง แวะสัมผัสกระแสน้ำตกสายที่กระเซ็นสดชื่น
หลังจากนั้นยังสามารถออกเดินทางออกจากอุ้มผสู่จุดหมายสุดท้ายที่ 10 ทีลอซู ด้วยการล่องแพ เมื่อใช้แพยางหรือไม้ไผ่ลัดเลาะสารพันแก่งสู้สายน้ำ ไปถึงน้ำตกทีลอซู ก็สุดจะคุ้มค่าแล้ว กับความงามของหนึ่งในน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ด้วยความสูง 300 เมตร
สำหรับคนที่ตกลงปลงใจเก็บกระเป๋าย่ำเท้าเที่ยวหน้าในฝนนี้ คงต้องมองหาความปลอดภัยโดยการศึกษาข้อมูลสภาพฟ้าฝนและการเดินทางก่อนนะคะ เพราะบ่อยครั้งน้ำมากเกินไป หรือฝนตกหนักจนดินถล่มก็อาจเป็นอุปสรรคและอันตรายต่อการเดินทางได้
วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
10 สุดยอด แหล่งท่องเที่ยวไทย ในดวงใจ (อ.ส.ท.)
อันดับ 1 ภูกระดึง
ความหลากหลายของทิวทัศน์ พรรณไม้ สายน้ำ ทำให้ภูกระดึงครองใจนักเดินทางผู้รักธรรมชาติทุกยุคทุกสมัย
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย คืออุทยานแห่งชาติลำดับ 2 ของประเทศไทย เป็นโรงเรียนแห่งแรกของนักเดินทางผู้นิยมธรรมชาติหลายต่อหลายรุ่น ตำนานเล่าว่า นายพรานคนหนึ่งติดตามล่าสัตว์ขึ้นไปจนพบดินแดนอันงดงามเหมือนสรวงสวรรค์แห่งนี้ บนยอดตัดของภูเขาหินทรายสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 400 - 1,200 เมตร รูปทรงเหมือนกระดึง มีพื้นที่ราบบนยอดเขากว้างใหญ่คล้ายรูปใบบอน เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำพอง อากาศค่อนข้างเย็นตลอดปี เปิดฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมถึงวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี และปิดฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนถึงวันที่ 30 กันยายน เพื่อให้ป่าได้คืนสภาพ
อันดับ 2 ดอยอินทนนท์
สุดยอดขุนเขาสูงสุดในสยามนามดอยอินทนนท์ งดงามด้วยพรรณพฤกษาและบรรยากาศเทือกดอยหนาวเย็นดึงดูดใจ
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 6 ของประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 482 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม อำเภอจอมทอง และอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ สภาพเทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นส่วนหนึ่งของแนวเขตเทือกเขาถนนธงชัย ที่ทอดตัวแนวเหนือ-ใต้ ต่อเนื่องมาจากเทือกเขาหิมาลัยในประเทศเนปาล มีความสูงตั้งแต่ 400-2,565 เมตร จากกระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยมียอดดอยอินทนนท์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย
แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า "ดอยหลวง" หรือ "ดอยอ่างกา" ในสมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ทรงเห็นความสำคัญของป่าไม้เป็นอันมาก โดยเฉพาะบนดอยหลวง ถึงกับทรงมีรับสั่งว่าหากพระองค์สิ้นพระชนม์ให้แล่งเอาพระอัฐิส่วนหนึ่งไปบรรจุไว้ ภายหลังจึงได้สร้างสถูปบรรจุพระอัฐิของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ไว้บนยอดดอยหลวง และเปลี่ยนชื่อเป็น "ดอยอินทนนท์"ตามพระนามแต่นั้นมา
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา เป็นเส้นทางเที่ยวชมป่าดิบเขาระดับสูง มีพรรณไม้เขตอบอุ่นผสมกับเขตร้อน โดยในช่วงหน้าหนาวจะพบกุหลาบพันปีออกดอกบานสะพรั่ง ส่วนในหน้าร้อนจะพบข้าวตอกฤาษี ระยะทางประมาณ 360 เมตร ใช้เวลาเดินชมประมาณ 20 นาที
อันดับ 3 ดอยตุง
ดอยตุง โดยเด่นด้วยหลากสีสันบุปผาชาตินานาพรรณที่สะพรั่งบานทุกฤดูกาลในส่วนแม่ฟ้าหลวง
ดอยตุงอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ขึ้นไปทางเหนือจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 45 กิโลเมตร แต่เดิมเป็นเทือกเขาป่าเสื่อมโทรม เนื่องจากถูกชาวเขาตัดทำลาย กระทั่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรเห็นและมีพระราชดำรัสว่า "ฉันจะปลูกป่าดอยตุง" จึงได้มีการจัดทำโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้นในปี พ.ศ.2530 ปลูกป่ากลับคืนสู่ธรรมชาติ ไม่นานดอยตุงก็คืนสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกครั้ง และกลับกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดของเชียงราย
พระตำหนักดอยตุง สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมล้านนากับบ้านไม้ซุงพื้นเมืองแบบสวิตเซอร์แลนด์ โดยพระราชทานแนวพระราชดำริให้เน้นความเรียบง่ายและใช้ประโยชน์ได้ดี ภายนอกพระตำหนักสดสวยสะพรั่งไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวนานาพรรณที่สวยงามและสดชื่นตลอดปี
สวนแม่ฟ้าหลวง เป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 บนพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ ใกล้พระตำหนักดอยตุง จัดแต่แปลงไม้ดอกหลากหลายพันธุ์นับหมื่นดอก หมุนเวียนให้สวยงามไม่ซ้ำกันใน 3 ฤดู กลางสวนมีประติมากรรมเด็กที่ได้รับพระราชทานชื่อว่า "ความต่อเนื่อง" ปัจจุบันสวนแม่ฟ้าหลวงได้ขยายพื้นที่เพิ่มอีก 13 ไร่ เป็นสวนหินสวนน้ำ และสวนไม้ประดับ รวมเนื้อที่สวนแม่ฟ้าหลวงทั้งหมดเป็น 25 ไร่
ศูนย์ฝึกอาชีพผาหมี สมเด็จย่าได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งศูนย์บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดขึ้นที่บริเวณดอยผาหมีแห่งนี้ เพื่อให้การบำบัดรักษาผู้ติดยาทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมทั้งฝึกฝนอาชีพควบคู่ไปด้วย เพื่อที่จะให้ผู้เข้ารับการบำบัดสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการที่พึ่งตนเองเมื่อหายเป็นปกติ
หมู่บ้านชาวเขา ในบริเวณพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงมี 26 หมู่บ้าน ของชนกลุ่มน้อยหลายเผ่าพันธุ์ ได้แก่ ไทยใหญ่ จีนฮ่อ ชาวเขาเผ่าอาขาและเผ่ามูเซอ แต่ละหมู่บ้านมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมแตกต่างกันไป ชาวบ้านเหล่านี้เข้ามาทำงานและฝึกอาชีพกับโครงการฯ ทำให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่พวกเขาก็ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของเผ่าไว้ได้อย่างดี มีพิธีและงานฉลองประจำเผ่าน่าตื่นตาตลอดทั้งปี
อันดับ 4 น้ำตกทีลอซู
ทีลอซู เลื่องชื่อในสายน้ำมหึมาที่ไหลบ่าลงจากแผ่นผากลางผืนป่ากับนานากิจกรรมท่องเที่ยวผจญภัยที่เติมสีสันให้กับชีวิตผู้มาเยือน
ทีลอซูมีความสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝนเนื่องจากน้ำฝนที่ตกลงมาจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น แต่ช่วงฤดูฝนทางเขตฯ ปิดไม่ให้รถยนต์เข้าสู่น้ำตกเพื่อถนอมสภาพทางไม่ให้เสียหายและป้องกันอันตรายแก่ผู้ใช้เส้นทาง โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการทัวร์กับบริษัทนำเที่ยวซึ่งจะเดินทางด้วยเรือยางแทน และเดินป่าอีกราว 12 กิโลเมตร แต่หากไม่ท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว-ฤดูร้อนก็สามารถใช้ทางรถยนต์เข้าถึงตัวน้ำตกได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เที่ยวได้สะดวกที่สุด
น้ำตกทีลอซู สายน้ำสีขาวสะอาดผืนใหญ่กว้างประมาณ 500 เมตร ไหลตกลงมาจากผาหินปูนสูงประมาณ 200 เมตร ร่มครึ้มด้วยแมกไม้ สายธารน้ำตำแบ่งเป็นสามแนว แนวด้านซ้ายมือใหญ่ที่สุด สูงที่สุด และสวยที่สุด ด้วยธารน้ำหลายสายไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ แนวกลางสายน้ำไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันใกล้เคียงกัน แต่ไม่เป็นชั้นและแคบกว่า ส่วนแนวทางขวามือจะเป็นสายน้ำหลายสายที่สุด ทว่าหน้าผาเตี้ยกว่าสองแนวแรก รวมเข้าด้วยกันเป็นภาพของน้ำตกทีลอซูที่ยิ่งใหญ่และงดงาม ทางเดินสู่ทีลอซูเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ลัดเลาะผ่านเข้าไปท่ามกลางป่าไผ่และป่าเบญจพรรณที่มีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติและพืชพรรณตามจุดต่าง ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวเบื้องล่างของน้ำตกยังมีเส้นทางเดินท้าขึ้นไปยังจุดชมทิวทัศน์บนยอดเขาฝั่งตรงข้าม เป็นจุดที่มองเห็นน้ำนำทีลอซูได้สวยงามและชัดเจนที่สุด ใช้เวลาเดินไป-กลับประมาณ 2 ชั่วโมง
อันดับ 5 ดอยอ่างขาง
โครงการหลวงดอยอ่างขางพลิกฟื้นผืนป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ทั้งยังเพิ่มพูนความงดงามด้วยไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว แต้มแต่งสีสันตระการตาให้ขุนเขา
เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ มี 2 เส้นทาง คือ เส้นทางเดินชมกุหลาบพันปี อยู่ด้านนอก ห่างจากปากทางเข้าสถานีฯ ประมาณ 4.5 กิโลเมตร โดยจุดที่สูงที่สุดคือเนินพันเก้า ซึ่งมีความสูงถึง 1,928 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง นักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางเท้าเพื่อขึ้นไปถึงจุดยอดเป็นระยะทาง 500-800 เมตร ซึ่งจะชมความงามของกุหลาบพันปีได้ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ส่วนในช่วงเดือนอื่นก็ยังจะมีพรรณไม้แปลกตาให้ได้ชื่นชมอีกเช่นกัน เส้นทางศึกษาธรรมชาติของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางนั้นกำหนดขึ้นบริเวณรอบสถานีฯ มีเส้นทางทั้งหมด 10 เส้นทางด้วยกัน และต้นไม้ที่ปลูกในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตินั้น จะเป็นต้นไม้ที่นำเข้ามาจากไต้หวันทั้งหมด
อันดับ 6 หมู่เกาะพีพี
หมู่เกาะพีพี เทือกเขาหินปูนกลางน้ำสีครามใส หาดทรายงามขาวสะอาดประกอบกันเป็นภูมิทัศน์ตระการตาที่มีเสน่ห์เฉพาะกิจ
หมู่เกาะพีพีมีเกาะเด่น ๆ คือ เกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเล
อันดับ 7 ภูชี้ฟ้า
ภูชี้ฟ้า โต้ลมหนาวชมบรรยากาศยามอรุณรุ่งบนชะง่อนผาเสียดเมฆเหนือเทือกดอยสูง เป็นความประทับใจที่
ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงทีสุดในเทือกเขาดอยผาหม่น สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,628 เมตร ด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นหน้าผาสูงชัน เป็นจุดชุมวิวที่สวยที่สุด ในฤดูหนาวจะมีทิวทัศน์สวยงามเป็นพิเศษ นักท่องเที่ยวส่วนมากจะมาค้างแรมบริเวณบ้านร่มฟ้าทอง ห่างจากจุดชมวิวประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก่อนจะเดินขึ้นภูชี้ฟ้าเพื่อไปชมทิวทัศน์ยามรุ่งอรุณในตอนเช้ามืด ซึ่งช่วงเดือนมกราคมบนเส้นทางจะพบดงนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งสวยงาม และในช่วงเดือนกุมภานธ์รอบภูชี้ฟ้าต้นเสี้ยวดอกขาวจะออกดอกบานเต็มเชิงเขาตระการตา
เขาใหญ่ พงไพรมรดกโลก แหล่งต้นน้ำลำธารสารพันสัตว์ป่าน้อยใหญ่ น่าสนใจด้วยเส้นทางเดินป่าและนานากิจกรรมศึกษาธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นผืนป่ากว้าง จึงมีกิจกรรมท่องเที่ยวให้เลือกหลากหลาย
เที่ยวน้ำตก
น้ำตกเหวนรก เป็นน้ำตกใหญ่และสูงที่สุดในอุทยานฯ น้ำตกผากล้วยไม้ น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกกองแก้ว น้ำตกเหวประทุน นำตกเหวอีอ่ำ น้ำตกไม้ปล้อง น้ำตกวังเหว น้ำตกเหวจั๊กจั่น น้ำตกนางรอง น้ำตกธารทิพย์ น้ำตกแก่งกฤษณา น้ำตกตะคร้อ น้ำตกสลัดได น้ำตกส้มป่อย น้ำตกผาไทรคู่ น้ำตกผากระชาย น้ำตกผาด่านช้าง น้ำตกผามะนาวยักษ์ น้ำตกตาดตาภู่ น้ำตกตาดตาคง น้ำตกผากระจาย น้ำตกผาหินขวาง น้ำตกผารากไทร น้ำตกผาชมพู และน้ำตกผาตะแบก
นอกจากนี้ ยังมีการส่องสัตว์ คือการขับรถแล้วใช้ไฟส่องสัตว์ในเวลากลางคืนไปตามถนน สามารถติดต่อขออนุญาตได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือที่ทำการอุทยานฯ ก่อนเวลา 18.00 น. ทุกวัน
ดูนก เขาใหญ่เป็นแหล่งดูนกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะพบนกมากกว่า 340 ชนิด ทั้งนกอพยพและนกประจำถิ่น เส้นทางดูนกจะอยู่บริเวณศูนย์บริการท่องเที่ยว-ค่ายพักกองแก้ว ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-มอสิงโต สองข้างทางถนน บริเวณสนามกอล์ฟ (เดิม) ผากล้วยไม้-เหวสุวัต-ด่านช้าง-บึงไผ่ และเขาเขียว
เดินป่าศึกษาธรรมชาติ เส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยวน้ำตกกองแก้ว ระยะทางประมาณ 1,200 เมตร เส้นทางนี้จะปูด้วยอิฐตัวหนอน มีป้ายสื่อความหมายตลอดเส้นทาง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเองได้
เส้นทางเดินป่าประเภทไม่พักแรม การเดินป่าศึกษาธรรมชาติในเส้นทางเดินป่าประเภทนี้ ผู้ที่สนใจต้องติดต่อขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อน ได้แก่ เส้นทางดงติ้ว-มอสิงโต ระยะทาง 2 กิโลเมตร ผ่านป่าดงดิบเลียบริมห้วย มีต้นสมพงขนาดยักษ์มีพูพอนสูงท่วมหัวคน เส้นทางสายดงติ้ว-หนองผักชีระยะทาง 4 กิโลเมตร ผ่านป่าดงดิบที่มีความหลากหลายของพืชพรรณ จนไปถึงหอดูสัตว์หนองผักชี เส้นทางผากล้วยไม้-เหวสุวัต ระยะทาง 3 กิโลเมตร ทางเลียบริมห้วย เส้นทาง กม. 33-หนองผักชี ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ผ่านป่าดงดิบ ยังมีเส้นทางเดินป่าที่น่าสนใจคือ เส้นทางวังจำปี-หนองผักชีและเส้นทางกองแก้ว-เหวสุวัต
เส้นทางเดินป่าประเภทท่องไพร เส้นทางเดินป่าระยะไกล ต้องมีการพักแรมในป่า โดยมากเป็นเส้นทางที่อยู่รอบอุทยานฯ ติดต่อเดินป่าได้ ณ ที่ทำการอุทยานฯ และหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ใกล้เคียงเส้นทางเขาสมอปูน ใช้เวลาเดินทาง 4 วัน 3 คืน เส้นทางคลองปลากั้ง ใช้เวลา 4 วัน 3 คืน เส้นทางสะท้อน-แก่งยาว เดินทางแบบเช้าไป-เย็นกลับ หรือพักแรม 1 คืนก็ได้ เส้นทางโป่งตาลอง ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน เส้นทางกลุ่มน้ำตกในตำบลบุฝ้าย ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน
ล่องแก่งหินเพิง แก่งหินขนาดใหญ่กลางแม่น้ำใสใหญ่ในเขตอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ในยามน้ำหลากราวเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน ผู้ชื่นชอบความตื่นเต้นเร้าใจนิยมล่องเรือยางจากแก่งหินเพิงลงมายังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ขญ. 9 อีกด้วย
อันดับ 9 เกาะช้าง
เกาะช้าง เกาะใหญ่สมชื่อ เลื่องลือด้วยหาดทรายงามน้ำสวยใสกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเลหลากหลายและความสะดวกสบายที่ครบครัน
เกาะช้าง ในจำนวนกว่า 40 เกาะของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทยรองจากเกาะภูเก็ต มีธรรมชาติหลากหลาย ทั้งภูเขา ป่าไม้ น้ำตก หาดทราย ฝั่งตะวันตกของเกาะมีหาดทรายขาวสวยงามเรียงราย คือหาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ หน้าหาดที่เกาะเล็ก ๆ คือ เกาะปลี เกาะหยวก น้ำใส มีแนวปะการัง เหมาะกับการดำน้ำสนอร์เกิล ฝั่งตะวันออกของเกาะเป็นแหลมและหาดเลน มีน้ำตกหลายแห่ง แต่จะสวยงามเฉพาะหน้าฝน คือ น้ำตกธารมะยมและน้ำตกคลองพลู ส่วนทางทิศใต้ของเกาะมีเกาะบริวาร 40 เกาะ เกาะที่สำคัญ ได้แก่เกาะง่าม เกาะหวาย เกาะกระ เกาะรัง ซึ่งมีแนวปะการังที่สวยงาม นอกจากนั้นยังมีน้ำตกคีรีเพชรอีกด้วย
อันดับ 10 ปาย
อำเภอปาย เมืองเล็กในโอบกอดขุนเขาสูงใหญ่น่าสนใจด้วยบรรยากาศอันสงบงดงามและรายละเอียดที่ต้องใช้เวลาในการสัมผัส
เมืองปายเป็นเมืองเล็ก ๆ กิจกรรมที่เหมาะสมที่สุดคือการเช่าจักรยานขี่ท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากในตัวเมืองที่ใช้เวลาไม่นานก็เที่ยวได้ทั่วแล้ว ยังมีเส้นทางอื่นที่สวยงามและน่าสนใจ คือ
เส้นทางพระธาตุแม่เย็น-น้ำพุร้อนท่าปาย เริ่มจากสะพานราษฎร์ดำรงตรงไปประมาณ 2 กิโลเมตรถึงบ้านแม่เย็น มีบันไดขึ้นไปยังวัดพระธาตุแม่เย็น บนยอดเขาเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นเมืองปายได้ทั้งเมือง โดยจะงดงามเป็นพิเศษในยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก บนเส้นทางยังมีศูนย์วัฒนธรรมปายที่จัดให้มีการแสดงทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ทุกวันเสาร์ลัดเลาะไปตามทางขึ้นลงเขาอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็น ปางช้าง บริการนั่งช้างเที่ยวป่า ยังมีบ่อน้ำพุร้อนท่าปาย ธารน้ำร้อนท่ามกลางร่มเงาแมกไม้ จากบ่อน้ำร้อนออกมา 2 กิโลเมตร จะออกสู่ทางหลวงหมายเลข 1095 เลี้ยวขวาจะพบสะพานเหล็กสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บนทางกลับเข้าเมืองมีกองแลน หรือปายแคนยอน
วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
"Let's take a break"
<iframe width="560" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/7ywn3mqztRM" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>http://www.youtube.com/watch?v=7ywn3mqztRM
"กรุงเทพฯ" เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก เสน่ห์อยู่ที่ความคุ้มค่าของเงินและมิตรภาพ
"กรุงเทพฯ" เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก เสน่ห์อยู่ที่ความคุ้มค่าของเงินและมิตรภาพ
เดินทางมาถึงมหานครนิวยอร์กเพื่อรับรางวัลอีกครั้ง สำหรับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพราะปีนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพมหานครซิวรางวัล “เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก” (The World’ s Best Award 2012) โดยผลโหวตจากนักท่องเที่ยวและผู้อ่านนิตยสาร “เทรเวล แอนด์ เลชเชอร์” ซึ่งเป็นนิตยสารท่องเที่ยวยอดนิยมของสหรัฐอเมริกา จากที่เคยได้รับรางวัลนี้มาแล้ว เมื่อปี 2551, 2553 และ 2554
ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่ารางวัลนี้มาจากการโหวตของผู้อ่านนิตยสาร เทรเวล แอนด์ เลชเชอร์
โดยทางนิตยสารได้จัดทำแบบสอบถามผ่านทางอีเมลและจดหมายให้ผู้อ่านและสมาชิกจำนวน 30,000 คน แสดงความคิดเห็นและให้คะแนนในช่วงเดือนธันวาคม 2554-มีนาคม 2555 โดยใช้เกณฑ์ในการพิจารณา 6 ประการ คือ 1. สถานที่ท่องเที่ยว ทัศนียภาพ ความสวยงามและความร่มรื่น 2. ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี 3. อาหารการกิน 4. แหล่งจับจ่ายใช้สอย 5. ความเป็นมิตรของผู้คน และ 6. ความคุ้มค่าของเงินหรือความพึงพอใจที่ได้รับจากการจับจ่าย
กรุงเทพมหานคร ได้คะแนนโหวตอันดับ 1 ด้วยคะแนน 89.87 เฉือนชนะเมืองอันงดงามชวนฝันอย่างเมืองฟลอเรนซ์ อิตาลีที่ได้คะแนน 89.14 คะแนน ไปอยู่ในอันดับ 2 ส่วนอันดับ 3. กรุงอิสตันบูล ตุรกี 89.11 คะแนน อันดับ 4. เมืองเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ 88.49 คะแนน อันดับ 5. เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย 88.52 คะแนน อันดับ 6. กรุงโรม อิตาลี 88.49 คะแนน อันดับ 7. นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 88.12 คะแนน อันดับ 8. ฮ่องกง 88.03 คะแนน อันดับ 9. กรุงโตเกียว 87.90 คะแนน และอันดับ 10. กรุงปารีส ฝรั่งเศส 87.67 คะแนน นอกจากนี้ในระดับเอเชียกรุงเทพฯยังเป็นอันดับ 1 ในระดับเอเชีย ชนะเมืองใหญ่ ๆ อย่างเช่น โตเกียว ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง จากประเทศจีน รวมถึงสิงคโปร์ ด้วยผลคะแนน 89.87 คะแนน อีกด้วย
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การได้รับรางวัลในครั้งนี้และที่ผ่าน ๆ มา ไม่ใช่ผลงานของ กทม. หรือใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นผลงานของชาวกรุงเทพฯ และประชาชนชาวไทยทุกคน รวมถึงภาครัฐและเอกชนทั้งหมด ที่ร่วมกันต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ซึ่งทางนิตยสารได้บอกว่า เสน่ห์ที่สำคัญของกรุงเทพฯ ที่คนสนใจมากที่สุดคือ การซื้อขายจับจ่ายใช้สอยที่สะดวก ราคาประหยัด ความเป็นมิตรยิ้มแย้มแจ่มใสของคนไทย และความพิเศษของอาหารที่ขายอยู่ริมถนน หาซื้อได้ง่ายแต่อร่อยมาก ซึ่งตนเห็นว่าการค้าขายข้างถนนนั้นเป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจอย่างมาก แต่ที่สำคัญคือเราต้องควบคุมคุณภาพให้สะอาดปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว เพราะหากเราพลาดแล้วนักท่องเที่ยวอาจจะจำไปตลอดและไม่กลับมาอีก ดังนั้นจึงต้องพยายามช่วยกันรักษามาตรฐานของเราไว้ เช่นเดียวกับรางวัลที่เราได้รับ
สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.
ได้ชูนโยบายภายใต้แคมเปญ “กรุงเทพฯ เมืองยิ้ม” หรือ Bangkok Smiles 5 ด้าน 1. ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ได้แก่ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น วัด พระบรมมหาราชวัง ที่มีความสวยงามคู่บ้านคู่เมือง รวมถึงการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมและประเพณีต่าง ๆ 2. วิถีชีวิตริมแม่น้ำ ลำคลอง ที่สื่อถึงความงดงาม ของวิถีชีวิตชาวไทยที่ผูกพันกับสายน้ำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 3. อาหาร-การจับจ่ายใช้สอย ความเป็นเลิศและหลากหลายของอาหารการกิน รวมถึงย่านจับจ่ายสินค้าที่ทันสมัยและครบวงจร ตั้งแต่ตรอกซอกซอยจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 4. ด้านสุขภาพ ทั้งการนวดแผนโบราณ สปาแบบไทย รวมถึงโรงพยาบาลที่ทันสมัย เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ และ 5. ความคุ้มค่าของเงินที่นักท่องเที่ยวจะใช้จ่ายท่องเที่ยวในกรุงเทพฯได้อย่างคุ้มค่ามากกว่าที่อื่น ๆ
ทั้งนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยียนเมืองหลวงของไทยแห่งนี้้ก็มีปริมาณมากและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น พบว่าในปี 2553 มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากถึง 10.44 ล้านคน สร้างรายได้ให้ กทม. จำนวน 427,504.19 ล้านบาท และในปี 2554 ยอดเพิ่มขึ้นถึง 12.25 ล้านคน (แต่ยังไม่มีการรายงานข้อมูลด้านรายได้) ส่วนในปี 2555 นี้ ในช่วง 5 เดือนแรก มียอดนักท่องเที่ยวแล้วเกือบ 9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่ยังเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนและญี่ปุ่นเป็นหลัก นอกนั้นจะเป็นนักท่องเที่ยวจาก อินเดีย ตะวันออกกลาง อังกฤษ เกาหลี อเมริกาที่มียอดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กทม. เองก็ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
ด้านคุณสมจิตร ธรรมสุริยะมิตร เจ้าของและคนดูแลร้านอาหารไทย “ผ่องศรี” ในย่านไชน่าทาวน์ มหานครนิวยอร์ก ที่เปิดมาประมาณ 40 ปีแล้ว
เล่าว่า “สำหรับกิจการร้านอาหารไทยที่นิวยอร์กนี้ ก็ยังมีชื่อเสียงและทำรายได้อย่างต่อเนื่อง อาจจะมีซบเซาไปบ้างในช่วงเหตุการณ์ก่อการร้าย เมื่อ 11 กันยายน 2544 แต่ก็กลับมาทำรายได้ดีอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน คนที่มารับประทานอาหารนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการได้ไปเยือนกรุงเทพฯ และได้รับประทานอาหารไทยอร่อย ๆ มา เมื่อกลับมาที่อเมริกาแล้วรู้สึกอยากรับประทานอาหารไทยก็จะเดินทางมาที่ร้านของเรา ซึ่งส่วนตัวแล้วตนก็ดีใจที่เมืองไทยและกรุงเทพฯ ได้รับรางวัลเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดหลายปีแบบนี้ เพราะจะทำให้นักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นและให้ความสนใจอาหารไทยมากขึ้น ร้านอาหารไทยที่นี่และรวมทั้งที่อื่น ๆ ก็จะประสบความสำเร็จไปด้วย”
ดูเหมือนว่ารางวัลที่ได้รับ แม้จะไม่ได้บ่งบอกว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ พัฒนาก้าวหน้า หรือทันสมัย แต่เป็นการบอกเราว่าความสุขจากเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้หาได้ไม่ยาก จากสิ่งง่าย ๆ ที่มีอยู่ อย่างเป็นเอกลักษณ์ ถือว่าคุ้มค่าสำหรับเงินที่มีอยู่ และที่สำคัญคุ้มค่ามากสำหรับมิตรภาพที่สวยงามที่ได้รับจากผู้คน จนไม่ควรพลาดที่จะมาเยือนสักครั้ง.
เดินทางมาถึงมหานครนิวยอร์กเพื่อรับรางวัลอีกครั้ง สำหรับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพราะปีนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพมหานครซิวรางวัล “เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก” (The World’ s Best Award 2012) โดยผลโหวตจากนักท่องเที่ยวและผู้อ่านนิตยสาร “เทรเวล แอนด์ เลชเชอร์” ซึ่งเป็นนิตยสารท่องเที่ยวยอดนิยมของสหรัฐอเมริกา จากที่เคยได้รับรางวัลนี้มาแล้ว เมื่อปี 2551, 2553 และ 2554
ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่ารางวัลนี้มาจากการโหวตของผู้อ่านนิตยสาร เทรเวล แอนด์ เลชเชอร์
โดยทางนิตยสารได้จัดทำแบบสอบถามผ่านทางอีเมลและจดหมายให้ผู้อ่านและสมาชิกจำนวน 30,000 คน แสดงความคิดเห็นและให้คะแนนในช่วงเดือนธันวาคม 2554-มีนาคม 2555 โดยใช้เกณฑ์ในการพิจารณา 6 ประการ คือ 1. สถานที่ท่องเที่ยว ทัศนียภาพ ความสวยงามและความร่มรื่น 2. ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี 3. อาหารการกิน 4. แหล่งจับจ่ายใช้สอย 5. ความเป็นมิตรของผู้คน และ 6. ความคุ้มค่าของเงินหรือความพึงพอใจที่ได้รับจากการจับจ่าย
กรุงเทพมหานคร ได้คะแนนโหวตอันดับ 1 ด้วยคะแนน 89.87 เฉือนชนะเมืองอันงดงามชวนฝันอย่างเมืองฟลอเรนซ์ อิตาลีที่ได้คะแนน 89.14 คะแนน ไปอยู่ในอันดับ 2 ส่วนอันดับ 3. กรุงอิสตันบูล ตุรกี 89.11 คะแนน อันดับ 4. เมืองเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ 88.49 คะแนน อันดับ 5. เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย 88.52 คะแนน อันดับ 6. กรุงโรม อิตาลี 88.49 คะแนน อันดับ 7. นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 88.12 คะแนน อันดับ 8. ฮ่องกง 88.03 คะแนน อันดับ 9. กรุงโตเกียว 87.90 คะแนน และอันดับ 10. กรุงปารีส ฝรั่งเศส 87.67 คะแนน นอกจากนี้ในระดับเอเชียกรุงเทพฯยังเป็นอันดับ 1 ในระดับเอเชีย ชนะเมืองใหญ่ ๆ อย่างเช่น โตเกียว ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง จากประเทศจีน รวมถึงสิงคโปร์ ด้วยผลคะแนน 89.87 คะแนน อีกด้วย
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การได้รับรางวัลในครั้งนี้และที่ผ่าน ๆ มา ไม่ใช่ผลงานของ กทม. หรือใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นผลงานของชาวกรุงเทพฯ และประชาชนชาวไทยทุกคน รวมถึงภาครัฐและเอกชนทั้งหมด ที่ร่วมกันต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ซึ่งทางนิตยสารได้บอกว่า เสน่ห์ที่สำคัญของกรุงเทพฯ ที่คนสนใจมากที่สุดคือ การซื้อขายจับจ่ายใช้สอยที่สะดวก ราคาประหยัด ความเป็นมิตรยิ้มแย้มแจ่มใสของคนไทย และความพิเศษของอาหารที่ขายอยู่ริมถนน หาซื้อได้ง่ายแต่อร่อยมาก ซึ่งตนเห็นว่าการค้าขายข้างถนนนั้นเป็นเสน่ห์ที่น่าสนใจอย่างมาก แต่ที่สำคัญคือเราต้องควบคุมคุณภาพให้สะอาดปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว เพราะหากเราพลาดแล้วนักท่องเที่ยวอาจจะจำไปตลอดและไม่กลับมาอีก ดังนั้นจึงต้องพยายามช่วยกันรักษามาตรฐานของเราไว้ เช่นเดียวกับรางวัลที่เราได้รับ
สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.
ได้ชูนโยบายภายใต้แคมเปญ “กรุงเทพฯ เมืองยิ้ม” หรือ Bangkok Smiles 5 ด้าน 1. ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ได้แก่ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น วัด พระบรมมหาราชวัง ที่มีความสวยงามคู่บ้านคู่เมือง รวมถึงการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมและประเพณีต่าง ๆ 2. วิถีชีวิตริมแม่น้ำ ลำคลอง ที่สื่อถึงความงดงาม ของวิถีชีวิตชาวไทยที่ผูกพันกับสายน้ำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 3. อาหาร-การจับจ่ายใช้สอย ความเป็นเลิศและหลากหลายของอาหารการกิน รวมถึงย่านจับจ่ายสินค้าที่ทันสมัยและครบวงจร ตั้งแต่ตรอกซอกซอยจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 4. ด้านสุขภาพ ทั้งการนวดแผนโบราณ สปาแบบไทย รวมถึงโรงพยาบาลที่ทันสมัย เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ และ 5. ความคุ้มค่าของเงินที่นักท่องเที่ยวจะใช้จ่ายท่องเที่ยวในกรุงเทพฯได้อย่างคุ้มค่ามากกว่าที่อื่น ๆ
ทั้งนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยียนเมืองหลวงของไทยแห่งนี้้ก็มีปริมาณมากและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น พบว่าในปี 2553 มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากถึง 10.44 ล้านคน สร้างรายได้ให้ กทม. จำนวน 427,504.19 ล้านบาท และในปี 2554 ยอดเพิ่มขึ้นถึง 12.25 ล้านคน (แต่ยังไม่มีการรายงานข้อมูลด้านรายได้) ส่วนในปี 2555 นี้ ในช่วง 5 เดือนแรก มียอดนักท่องเที่ยวแล้วเกือบ 9 ล้านคน โดยส่วนใหญ่ยังเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนและญี่ปุ่นเป็นหลัก นอกนั้นจะเป็นนักท่องเที่ยวจาก อินเดีย ตะวันออกกลาง อังกฤษ เกาหลี อเมริกาที่มียอดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กทม. เองก็ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
ด้านคุณสมจิตร ธรรมสุริยะมิตร เจ้าของและคนดูแลร้านอาหารไทย “ผ่องศรี” ในย่านไชน่าทาวน์ มหานครนิวยอร์ก ที่เปิดมาประมาณ 40 ปีแล้ว
เล่าว่า “สำหรับกิจการร้านอาหารไทยที่นิวยอร์กนี้ ก็ยังมีชื่อเสียงและทำรายได้อย่างต่อเนื่อง อาจจะมีซบเซาไปบ้างในช่วงเหตุการณ์ก่อการร้าย เมื่อ 11 กันยายน 2544 แต่ก็กลับมาทำรายได้ดีอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน คนที่มารับประทานอาหารนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการได้ไปเยือนกรุงเทพฯ และได้รับประทานอาหารไทยอร่อย ๆ มา เมื่อกลับมาที่อเมริกาแล้วรู้สึกอยากรับประทานอาหารไทยก็จะเดินทางมาที่ร้านของเรา ซึ่งส่วนตัวแล้วตนก็ดีใจที่เมืองไทยและกรุงเทพฯ ได้รับรางวัลเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดหลายปีแบบนี้ เพราะจะทำให้นักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นและให้ความสนใจอาหารไทยมากขึ้น ร้านอาหารไทยที่นี่และรวมทั้งที่อื่น ๆ ก็จะประสบความสำเร็จไปด้วย”
ดูเหมือนว่ารางวัลที่ได้รับ แม้จะไม่ได้บ่งบอกว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ พัฒนาก้าวหน้า หรือทันสมัย แต่เป็นการบอกเราว่าความสุขจากเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้หาได้ไม่ยาก จากสิ่งง่าย ๆ ที่มีอยู่ อย่างเป็นเอกลักษณ์ ถือว่าคุ้มค่าสำหรับเงินที่มีอยู่ และที่สำคัญคุ้มค่ามากสำหรับมิตรภาพที่สวยงามที่ได้รับจากผู้คน จนไม่ควรพลาดที่จะมาเยือนสักครั้ง.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


