วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

"สารคาม"ชวนเที่ยว"สะดืออีสาน" พิสูจน์"หินหล่อง"ลานหินทรายมหัศจรรย์


นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผวจ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.มหาสารคาม มีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย เพื่อส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวในวงกว้าง เช่น บึงกุย แหล่งน้ำขนาดใหญ่นอกเขตชลประทาน บรรยากาศช่วงยามเย็นตะวันจะตกดินมีความสวยงามมาก มีนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพกัน บึงแห่งนี้อยู่ติดถนนสายมหาสารคาม-ขอนแก่น และอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดคือ จุดศูนย์กลางของภาคอีสาน หรือ"สะดืออีสาน" อยู่บริเวณทิศตะวันออกของโรงเรียนบ้านเขวา ต.เหล่า อ.โกสุมพิสัย โดยสร้างสัญลักษณ์ของสะดืออีสาน เพื่อให้ทราบว่าบริเวณนี้ คือศูนย์กลางของภาคอีสาน จากการสำรวจโดยกรมแผนที่ทหาร เมื่อปีพ.ศ.2534 ถือว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ว่าครั้งหนึ่งเคยมายืนอยู่ตรงศูนย์กลางของภาคอีสาน



ผวจ.มหาสารคาม กล่าวต่อว่า เมื่อออกจากสะดืออีสาน มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.โกสุมพิสัย สามารถแวะวนอุทยานโกสัมพี แหล่งอาศัยของลิงป่านับพันตัว โดยเฉพาะลิงแสมสีทองหายาก พบในป่านี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จากนั้นแวะเข้าไปกราบนมัสการขอพรหลวงพ่อมิ่งเมือง ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าวนอุทยานโกสัมพี พระพุทธรูปสมัยทวารวดี แกะจากเนื้อหินทรายนับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาว อ.โกสุมพิสัย มานานตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน



นายวีระวัฒน์กล่าวอีกว่า อีกสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คือการพิสูจน์หลุมหิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า"หินหล่อง" อยู่ห่างจาก อ.โกสุมพิสัย 20 กิโลเมตร บนเส้นทางโกสุมพิสัย-ขอนแก่น เมื่อถึงบริเวณปากทางบ้านเขื่อน ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดยาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ลักษณะเป็นลานหินทราย อยู่ในบริเวณป่าโคกบ้านโนนสูง ต.ดอนกลาง ตามพื้นลานหินจะมีหลุม มีลักษณะเป็นบ่อน้ำวงกลม วงรี ความกว้างแตกต่างกัน ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ กว่า 3 เมตร เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อีกทั้งมีรอยเท้ามนุษย์โบราณยาวกว่า 50 เซนติเมตร ก้าวเท้ายาวเกือบ 2 เมตร ชาวบ้านในพื้นที่นับถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยจัดประเพณีบุญเดือน 7 ขึ้นทุกปีก่อนทำนา ทำไร่ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่สนใจ แวะมาท่องเที่ยวพักผ่อนสถานที่เหล่านี้ได้ตลอดปี

ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมประสบการณ์การตกหมึกชายฝั่ง ดูนกนานาพันธุ์ และชิมอาหารทะเลสดๆ


นางสาวนงนิตย์ เต็งมณีวรรณ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ และสิงห์คอปอเรชั่น  โดยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กำหนดจัดงานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ครั้งที่ 14 ประจำปี 2555 ขึ้นในระหว่างวันที่ 8 - 16  กันยายน 2555  รวม 9 วัน ณ บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี

งานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก จัดขึ้นในช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคม ของทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงLOW SEASON ของ อ. ชะอำ ซึ่งในช่วงนี้จะมีหมึกในทะเลมาก อีกทั้ง จะมีนกอพยพจากตอนเหนือของทวีปเข้ามาหาที่อบอุ่นอยู่อาศัยใน อ. ชะอำ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง  ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว

กิจกรรมภายในงาน จะมีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ จากร้านค้าและโรงแรมชื่อดังของเมืองชะอำมากกว่า 50 ร้าน  ณ บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ พร้อมกับมีการแสดงดนตรีบนเวทีทุกค่ำคืน

มีการพานักท่องเที่ยวออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วยการตกหมึกกลางทะเลทุกวัน เวลา 19.00–24.00 น. ค่าบริการลงเรือตกหมึก 100 บาท/ท่าน และมีการบริการย่างปลาหมึกที่ตกได้จากฝีมือของท่านเองพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บฟรี ติดต่อลงเรือที่เต็นท์ตกหมึก ด้านทิศใต้ของจุดชมวิว

ช่วงเวลา 7.00 น. และ 16.00 น. ของทุกวัน จะมีบริการพานักท่องเที่ยวไปดูนก ที่ทุ่งตะกาดพลีและวนอุทยานเขานางพันธุรัต ซึ่งท่านจะได้พบเห็นนกท้องถิ่นและนกอพยพทั้งนกที่อาศัยอยู่บริเวณหนองน้ำและชายเขา พร้อมทั้งมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญในการดูนกอธิบายตลอดการเดินทาง (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ติดต่อลงชื่อจองไปดูนกได้ที่เต็นท์ดูนก ด้านทิศเหนือของจุดชมวิว

นอกจากนี้ ในวันที่ 8 กันยายน 2555 มีกิจกรรมแข่งเรือเร็วชายหาดชะอำ เวลา 9.30 น. – 15.00 น.  ณ ข้างจุดชมวิวชายหาดชะอำฝั่งใต้  ประกอบด้วยเรือประเภทต่าง ๆ 5 รุ่น ได้แก่ เรือสปอร์ตโอเพ่น (sport open boat), รุ่น มินิฟอร์มูล่าวัน (mini formula 1), รุ่น เรือสกูตเตอร์ 40 โอเพ่น, รุ่น เรือสกูตเตอร์ 30 โอเพ่น และ รุ่น 40 ลากกล้วย  และร่วมกิจกรรมแข่งขันตกปลาทะเลชะอำ  เวลา 18.00 น. – 07.00 น. ณ สะพานหินชะอำ ประกอบด้วยรางวัลประเภทต่าง ๆ 6 ประเภท ได้แก่ ประเภทปลากะพงขาว, ประเภทปลาเก๋า, ประเภทปลากระเบน, ประเภทปลากด, ประเภทปลาจวด, ประเภทปลาแปลก

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานเพชรบุรี โทรศัพท์ 0 3247 1005-6  และ เทศบาลเมืองชะอำ โทรศัพท์ 0 3247 2550, 0 3247 1665
 
 



                                     
 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสปา

คงจะเป็นเรื่องที่เชยเกินไปถ้ายุคนี้จะไม่พูดถึง การท่องเที่ยวแบบมีสปาซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ทั้งภายในโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำทั่วไป ซึ่งยังไม่นับรวมถึงสถานบริการสปาที่เปิดตัวกันอย่างคึกคักขณะนี้ ก็นับได้ว่ามีบริการกันมากมายเลยทีเดียว
สำหรับเกร็ดความรู้ท่องเที่ยวครั้งนี้เราจะพาทุกท่านไปเปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับ "สปา" โดยเฉพาะ ตามกันมาเลยค่ะ......
สปา
โดยความหมายคือ น้ำแร่ และน้ำพุร้อน จากบ่อน้ำแร่ดั้งเดิม
ต้นกำเนิดสปา
เมื่อพูดถึงสปา หลายคนอาจจะนึกถึงสถานที่พักผ่อน ผ่อนคลาย นวดตามโรงแรม หรือสถานที่พักผ่อนต่างๆ แช่น้ำแร่ น้ำพุร้อน น้ำนม ฯลฯ แต่ความจริงแล้ว คำว่า สปามีที่มาจากชื่อเมืองเล็กๆ ในประเทศเบลเยียม เมืองสปาเป็นแหล่งธรรมชาติ มีบ่อน้ำร้อน บ่อนกาสิโน ซึ่งชาวยุโรปนิยมไปพักผ่อนกันมาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 แล้ว แต่คนที่ไปต้องเป็นคนระดับนายทหารชั้นสูงผู้ดีชั้นสูงเท่านั้น ในช่วงนั้น สปา หมายถึงไปแช่น้ำพุร้อน เพราะที่เมืองสปามีอากาศหนาว จึงมักเรียกติดปากว่าไปสปา จนถึงปัจจุบันเมืองสปาเป็นเมืองท่องเที่ยวของเบลเยียมที่มีผู้คนหลั่งไหลไปพักผ่อนจำนวนมาก โดยทั่วไป บริการบ่อน้ำแร่ มี 7 รูปแบบ คือ
  1. บ่อน้ำแร่ตามสโมสร (Club Spa) ให้บริการในเรื่อง ของการออกกำลังกาย และอื่นๆ ที่หลากหลายแบบมืออาชีพ บริการเฉพาะช่วงกลางวัน
  2. บ่อน้ำแร่บนเรือ (Cruise Ship Spa) เป็นบ่อน้ำแร่บนเรือสำราญ ให้บริการแบบมืออาชีพ เช่นเดียวกัน เน้นการออกกำลังกาย ความสุขสบาย มีบริการอาหารด้วย
  3. บ่อน้ำแร่บริการช่วงกลางวัน (Day Spa) ให้บริการหลายอย่างแบบมืออาชีพ เปิดเฉพาะช่วงกลางวัน
  4. บ่อน้ำแร่แบบมีจุดมุ่งหมายเฉพาะ (Destination Spa) ให้บริการเน้นด้านสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า บริการแบบมืออาชีพ เช่น บริการออกกำลังกาย ให้ความรู้ต่างๆ มีที่พักแรมให้ด้วย ส่วนบริการอาหารจะแยกไว้ต่างหาก
  5. บ่อน้ำแร่เพื่อการรักษา (Medical Spa) เป็นบริการของกลุ่มบุคคล หรือบุคคล กลุ่มชมรม สถาบัน ที่มีบุคลากรแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ให้บริการสุขภาพ และการแพทย์แบบครบวงจร ในบรรยากาศที่ผสมผสาน ด้วยการอาบน้ำแร่กับ การบำบัดรักษาแผนโบราณ
  6. บ่อน้ำพุร้อน (Mineral Spring Spa) บริการโดยใช้น้ำแร่ธรรมชาติ ความร้อน และน้ำทะเล ที่เรียกว่า วารีบำบัด (Hydrotherapy Treatment)
  7. บ่อน้ำแร่ในที่พักต่างอากาศ/โรงแรม (Resort/Hotel Spa) ให้บริการแบบมืออาชีพเช่นกัน เน้นเรื่องออกกำลังกาย ความสุขสบาย มีบริการอาหาร
ไปสปาแล้วได้อะไรบ้าง
ผู้ใช้บริการสปาหลายคนนิยมไปสปาเพี่อการพักผ่อน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า หลังการใช้บริการสปา หรือ Spa Experience นั้น ใครที่เคยไปใช้บริการสปาแล้วได้รับสิ่งเหล่านี้กลับมาถือว่าคุณเป็นผู้บริโภคที่ไม่ขาดทุน
  1. Time to Relax ได้พักผ่อน
  2. Time to Reflect สามารถจินตนาการถึงสิ่งแวดล้อมที่มีความสุข บรรยากาศน่าทรงจำหรือตกอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบสงบ
  3. Time to Revitalise สามารถเติมพลังชีวิตจากธรรมชาติ
  4. Time to Rejoice ได้ความสดชื่นเบิกบานทั้งจากกลิ่น น้ำ และการนวด
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสปา
สปาเป็นการแพทย์แขนงหนึ่ง ไม่ว่าบริการสปาจะอยู่ที่ใด เช่น โรงพยาบาล คลินิก หรือโรงแรม รีสอร์ทก็ต้องมีผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์คอยให้การดูแล หรือให้คำแนะนำอยู่ด้วย เนื่องจากบริการทางการแพทย์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และมีหลักคุณธรรม จริยธรรม ประกอบปัจจุบันเมืองไทยไม่มีมาตรฐานสปาที่ทุกคนต้องปฏิบัติ แต่หากใครเปิดสปาที่ มีบริการนวด โดยไม่เน้นเพื่อสุขภาพ ก็ต้องจดทะเบียนเป็นสถานบริการ แต่หากมีเรื่องของ สุขภาพเข้าเกี่ยวข้องต้องจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในเมืองไทยนั้น สปา ที่มีบริการแบบครบวงจรและได้รับการยอมรับไปทั่วโลกนั่น คือ ชีวาศรม ซึ่งจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาล และสถานบริการถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนธุรกิจสปา ที่ทยอยเปิดตัวกันถี่ยิบส่วนใหญ่จะคาบเกี่ยวอยู่ในประเภท Day Spa เน้นไปที่เรื่องของบิวตี้ ความสวยความงามต่างๆ ซึ่งมีบางรายแอบฉวยโอกาสไม่จดทะเบียนขึ้นกับกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น
ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ tt&t สำหรับข้อมูล

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน

ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกมันซะเดือนห้า ฉ่ำๆ แฉะๆ นี่แหละเอกลักษณ์แห่งฤดูกาลน้ำ ถึงเวลาหาที่ดื่มดำ่ธรรมชาติ  10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน สักครั้งสักหนต้องจัดไป

น้ำตกกรุงชิง

photo : www.panoramio.com
น้ำตกกรุงชิง เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ. นครศรีธรรมราช สภาพภูมิศาสตร์เป็นป่าดิบชื้นหนาแน่นตั้งแต่ที่ราบต่ำจนถึงเชิงเขา มีความสูงถึง 7 ชั้น มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ น้ำตกกรุงชิง จึงเป็น สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน ที่ได้รับความนิยม และถูกขนานนามว่า “สวรรค์ของนกแดนใต้” เพราะเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เพชรบูรณ์

photo : http://web3.dnp.go.th
เที่ยว เพชรบูรณ์ หน้าหนาวก็ดี หน้าฝนก็เหมาะ โดยเฉพาะ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ตื่นตากับป่าสนซึ่งอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ด้วยความสูงลิบลิ่ว 30-40 เมตร นานาสนเรียงรายตัดกับความเขียวขจีของพื้นหญ้า บวกกับอากาศเย็นฉ่ำ ทำให้ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เย้ายวนใจนักท่องเที่ยว เป็นหนึ่งใน สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน ที่ต้องหาโอกาสไปสัมผัส

อุทยานแห่งชาติเชียงดาว และ ดอยผาแดง

photo : http://cmhike.com
อุทยานแห่งชาติเชียงดาว และ ดอยผาแดง ต้นน้ำของลำน้ำปิงและแม่แตง หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ทิวทัศน์สวยงาม ยิ่งสูงยิ่งสวย ยอดดอยเชียงดาวจึงเป็นเป้าหมายที่ท้าทายสำหรับนักท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

photo : www.greentrail-indochina.com
สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน อีกหนึ่งคงหนีไม่พ้น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งครอบคลุม 4 จังหวัด คือจังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก อุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน อากาศดีท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ยิ่งช่วงฤดูฝน ยิ่งชุ่มฉ่ำ ชวนให้อยากเข้าป่า ฟังเสียรธารน้ำตกไหล คืนชีวิตชีวา ชาร์ตพลังได้เป็นอย่างดี

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

photo : www.thaiguidetothailand.com
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า พื้นที่ครอบคลุมรอยต่อระหว่าง 3 จังหวัด คือ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน ที่ได้รับความนิยมคือ ลานหินปุ่ม ผาชูธง หรือ ลานหินแตก นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความละลานตาของมอสสีเขียวสดตัดกับแนวพื้นหิน รวมถึงผจญภัยในป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขา รับรองว่าถูกธรรมชาติมอมเมาจนลืมแสงสีแน่นอน

ล่องแก่งลำน้ำเข็ก

photo : flickrhivemind.net
เที่ยวหน้าฝนแบบเร้าใจกับโปรแกรม ล่องแก่งลำน้ำเข็ก กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่จังหวัดพิษณุโลก ทั้งมันส์ ทั้งท้าทาย เพราะการล่องแก่งที่ลำน้ำเข็กนั้นต้องใช้ความชำนาญขั้น expert เนื่องจากมีความยากสูงถึงระดับ 5 และยากติดอันดับต้นๆ ของการล่องแก่งในประเทศไทย (ล่องแก่งอย่างไรให้เซียน ดูเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการล่องแก่ง)

แก่งหินเพิง

photo : www.unseenthailand.org
ท่องเที่ยวเชิงผจญภัย  สนุกสนาน ตื่นเต้นกับลำน้ำอันเชี่ยวกราก ที่ แก่งหินเพิง จังหวัดปราจีนบุรี โดยฤดูกาลล่องแก่งของที่นี่จะเริ่มขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี หรือช่วงหน้าน้ำ ระยะทางของเส้นทางการล่องแก่งหินเพิง ยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตร ระดับความยากอยู่ที่ระดับ 5 ท้าผู้กล้าให้ลอง!

วังตะไคร้

photo : www.thailandtriptour.com
วังตะไคร้ จังหวัดนครนายก สถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้นหูกันตั้งแต่เด็ก นอกจาก น้ำตกจำลอง สวนไม้ดอกคุณท่าน และสระปทุมแล้ว ช่วงฤดูฝนหลาก กิจกรรมยอดฮิต คือ การล่องแก่งห่วงยาง หรือ แก่งแพยาง เป็นการท้าทายเหนือสายน้ำ พร้อมสัมผัสทิวทัศน์แห่งธรรมชาติของผืนป่าและขุนเขา

เมืองอุ้มผาง

photo : www.tedoo.ro
จังหวัดตาก หนึ่งใน สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน แหล่งที่น่าสนคือ เมืองอุ้มผาง โอบล้อมด้วยขุนเขา ผืนป่าอันบริสุทธิ์ ขี่ช้าง เดินป่า ท่องน้ำตก ตระการตากับทัศนียภาพและอากาศบริสุทธิ์

น้ำตกทีลอซู

photo : www.mosttravelinthailand.com
น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก ปลายทางในฝันของหมู่นักท่องเที่ยว สัมผัสธรรมชาติอันสวยสด พร้อมล่องแพ ท่องลำเนาไพร สุดจะคุ้มค่าหากดั้นด้นไปถึง ต้องตกตะลึงกับความสูง 300 เมตร งดงาม อลังการ ทีลอซู ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดน้ำตกแห่งเมืองไทย
 ………………………………………………..
10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน
ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ

ศักดิ์สิทธิ์สถานที่…เขาพนมรุ้ง

“เอาไมเคิล แจ็คสันคืนไป (เอาพระรายณ์คืนมา)” ไม่รู้ว่าจะมีใครจำท่อนฮุกเพลงทับหลังของพี่แอ็ด  คาราบาว ที่โด่งดังสุดเมื่อ 20 ปีที่แล้วกันได้หรือเปล่า เป็นเพลงที่ปลุกกระแสคนไทยให้ช่วยกันทวงทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่โดนขโมยไป หลังมีผู้พบเห็นจากงานแสดงที่สถาบันศิลปะชิคาโก้ สหรัฐอเมริกาจนในที่สุดได้มีการนำกลับมาคืนในวันเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ ได้พอดิบพอดี ด้วยประวัติศาสตร์อันต้องจารึก “เขาพนมรุ้ง จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมากทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ
“เขาพนมรุ้ง” โบราณสถานซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอมโบราณ ตั้งอยู่บนภูเขาไฟที่เคยประทุในอดีตและดับลงกว่าล้านปี หลังจากยุคขอมสิ้นอำนาจลงปราสาทหินพนมรุ้งได้ถูกทิ้งร้างให้ผุพังไปหลายปี ได้รับการบูรณะด้วยกรรมวิธีอนัสติโลซิส ซึ่งเป็นการบูรณะโบราณสถานโดยทำสัญลักษณ์ของชิ้นส่วนต่างๆ ก่อนจะรื้อออกเพื่อเสริมรากฐาน และนำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบขึ้นใหม่ตามเดิม  การวางศูนย์กลางประตูอยู่ในแนวเดียวกับพระอาทิตย์ขึ้นตรงกันตลอด ทำให้ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นขนานกับยอดเขาเราสามารถมองเห็นพระอาทิตย์เป็นแนวเดียวกันตลอดทั้ง  15 ประตู ซึ่งเกิดเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์เพียงวันเดียวในทุกๆ ปี
ปราสาทหินพนมรุ้ง
ได้มาสัมผัส “เขาพนมรุ้ง” สถาปัตยกรรมอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แล้วชวนให้คิดถึงประโยคอมตะของของอาโนลด์ ทอยน์บี นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ “See Angkor Wat And Die” ที่ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกต้องการไปดูนครวัด หากเราจะใช้คำๆ นี้กับที่นี่อันเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติไทยเราคนไทยจะอยากมาเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งสักครั้งในชีวิตก่อนสิ้นลมหายใจกันไหม..
เขาพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์
เขาพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์
การเดินทางไปเขาพนมรุ้ง
จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง หมายเลข 2 (มิตรภาพ) จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอ หนองกี่ อำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ตามทางหลวงหมายเลข 218 รวมระยะทาง 410 กม. หรือจากนครราชสีมา ตามทางหลวงหมายเลข 226 ผ่านอำเภอจักราช-ห้วยแถลง-ลำปลาย มาศ รวมระยะทาง 384 กม.
………………………………………………………………..
ศักดิ์สิทธิ์สถานที่…เขาพนมรุ้ง
เรื่อง / ภาพ โดย Another Planet

รวม “ที่เที่ยวหัวหิน”


 สถานที่เที่ยววันหยุดกันแบบเบาๆ ทุกช่วงเทศกา7ล โดยเฉพาะหน้าองศาร้อนแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่า ไปง่าย ไปได้ ไปดี ต้องที่แห่งนี้ “หัวหิน” แหล่งรวมบรรยากาศเก่าๆ เอาใจทั้งคนแก่ ดึงดูดใจทั้งวัยเก๋า ให้เข้ามาสัมผัส ทะเล แห่งปัจุบันและวันวานอยู่เสมอ ไม่ต้องไปไหนไกลมาก เดินทางกันใกล้ๆ ใช้เวลาต่อวันให้อิ่มหนำกับความ “คลาสสิก” บวก “โบราณ” กับทั้งหลายสถาน ที่เที่ยวหัวหิน

Cicada Market

cicada
cicada
cicada
         “Cicada Market” (ซิเคด้า มาร์เก็ต) หนึ่งในที่เที่ยวหัวหิน แปลกันตรงๆ ก็ “ตลาดจั๊กจั่น” ตลาดแนวๆ (แนวคิดสร้างสรรค์) เป็นการฉกฉวยศิลปะมาเป็นสื่อกลางระหว่าง “ผู้ใช้ความคิด” กับ “ผู้ใช้สายตา”ใครมีปัญญาคิด ประดิษฐ์นั่นนี่ ก็เอามาโชว์กันแบบเสรี ตั้งแต่งานแฮนด์เมด ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้มือสอง จนถึงสินค้าเอสเอ็มอีที่มีไอเดียเก๋ๆ รอให้คนเก๋าๆ เค้ามาชม ช็อป ชิม กันแบบอิ่มทั้งกายและใจ มากไปกว่านั้นยังมีกิจกรรมดีจากชมรมต่างๆ เช่น กลุ่มเล่านิทาน กลุ่มละคร กลุ่มเต้นรำ กลุ่มถ่ายภาพ กลุ่มนักแสดงเปิดหมวก ฯลฯ ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสร้างสีสันและเสริมสร้างสุนทรียภาพ ท่ามกลางบรรยากาศ Tropical Garden อันร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้งามอายุร่วมร้อยปีบนพื้นที่เกือบ 10 ไร่ของหัวหินCicada Market จึงเป็นที่เดินเล่นยามเย็นแก้เหงาแก้เบื่อได้ไม่ยาก อ่านต่อ
           http://www.cicadamarket.net

ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม

ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม
ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม
ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม
         ที่เที่ยวหัวหินกลิ่นโบราณ “หัวหินสามพันนาม” ตลาดน้ำบรรยากาศรัตนโกสินทร์ย้อนยุค สมัยรัชกาลที่ 6 บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ถือเป็นตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย มีร้านค้าทั้งหมด 192 ร้าน และเรือขายสินค้า 46 ลำ ถ้าสังขารไหวก็เดินกันให้ครบ จะได้ไม่เสียเที่ยว แต่เชื่อว่าเพลินกับบรรยากาศรอบด้านจนลืมเมื่อยแน่ๆ เพราะโอบล้อมไปด้วยขุนเขา และติดแหล่งน้ำธรรมชาติ ลำห้วยสามพันนาม ตื่นแล้วไม่รู้จะไปเดินไหน แวะมารำลึกบรรยากาศเก่าๆ กันที่นี่ก็ดีไม่น้อย อ่านต่อ
         http://huahinsamphannamfloatingmarket.com

เพลินวาน

เพลินวาน
เพลินวาน
          ย้อนวันวาน กับ “เพลินวาน” ที่เที่ยวหัวหินที่สร้างความฮือฮาก่อนใครในย่านประจวบคิรีขันธ์ ปรับปรุงต่อเติมจนวันนี้เป็นอาณาจักรแห่งความทรงจำอันกว้างใหญ่ เรียกว่าถ่ายรูปกันได้ทุกซอกหลืบ ตั้งแต่ทางเข้ายันสุดซอยด้านใน นอกจากกลิ่นอายเก่าเอาใจคนแก่ และวัยรุ่นแล้ว เพลินวาน ยังให้การสนับสนุนและเพิ่มโอกาสให้แก่เด็กนักเรียนและคนพิการให้เข้ามาทำงานหรือขายของเพื่อหารายได้พิเศษอีกด้วย ใครแวะไปก็อย่าเอาแต่ถ่ายรูป อุดหนุนสินค้ากันบ้าง เพื่อเป็นกำลังใจให้คนค้าคนขายกันหน่อย
          http://www.plearnwan.com

ตลาดโต้รุ่งหัวหิน

ตลาดโต้รุ่ง
ตลาดโต้รุ่ง
          ใครมาเที่ยวหัวหิน มักจะต้องแวะเวียนมา “ตลาดโต้รุ่งหัวหิน” เพื่อแวะมาฝากท้องยามดึก ต่อให้กินมื้อเย็นแล้วก็ขอมาหาอะไรตบท้ายที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น กระเพาะปลา ผัดไท หอยทอด ข้าวขาหมู-ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง ซีฟู๊ด ขนมหวาน โดยเฉพาะอย่างหลัง ไปตลาดโต้รุ่งทีไรต้องยืนต่อคิวกันยาวซะทุกที อาจไม่มีอะไรหวือหวา แต่กลายเป็นสีสันที่ขาดไม่ได้ของเมืองหัวหินไปซะแล้ว

สถานีรถไฟหัวหิน

สถานีรถไฟหัวหิน
สถานีรถไฟหัวหิน
          อีกหนึ่งที่เที่ยวหัวหินความคลาสสิกที่ไม่ควรพลาด “สถานีรถไฟหัวหิน เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของหัวหิน เพราะยังคงความเป็นสมัยก่อนไว้ให้เราได้สัมผัส  อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพากันมาแวะเวียนเยี่ยมชมสถานีรถไฟแห่งนี้ก็คือ “พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ” ซึ่งถือเป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวอำเภอหัวหินเป็นอย่างมาก



ชมภาพตลาดน้ำหัวหินสามพันนามเพิ่มเติมได้ที่นี่

http://travel.mthai.com/travel-blog/41686.html

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

โฆษณา ประเทศไทย ที่คนไทย ไม่ได้ดู


http://youtu.be/9-xwIfQUKxY

ททท.ชวนเที่ยวงานใหญ่ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 55”

   ททท. จัดงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2555” ระหว่างวันที่ 6-10 มิ.ย. 55 เวลา 10.00-21.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงาน ททท. ได้นำเสนอสินค้าท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และน่าดึงดูดใจให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับตลาดในประเทศ ฯลฯ โดยภายในงานมีการจัดบูทต่างๆ อาทิ โรงแรม รีสอร์ต สายการบิน สนามกอล์ฟ รถเช่า ฯ นอกจากนั้นยังมีการแสดงนาฏศิลป์ 4 ภาค การส่งเสริมการขายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ชมศิลปวัฒนธรรม และซื้อทัวร์ท่องเที่ยวเมืองไทยในราคาประหยัดอีกด้วย
      
       การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานท่องเที่ยวเมืองไทย ปี 55 ในระหว่างวันที่ 6-10 มิ.ย. นี้ เวลา 10.00-21.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในการจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยครั้งนี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีจุดประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 3 พระองค์ และเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการเดินทางให้กระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
      
       นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่า “รูปแบบการจัดงานในปีนี้ ททท. ได้วางแนวคิดที่จะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเกิดการเดินทางท่องเที่ยวแบบใหม่ (Trend) ซึ่งจะแตกต่างจากการท่องเที่ยวในรูปแบบเดิม ด้วยการเพิ่มมิติของการเรียนรู้ และมิติของการแบ่งปันเข้าไปในการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งทำให้การเดินทางท่องเที่ยวแต่ละครั้งเกิดความสุขทั้งกับตัวเองและยังแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย อย่างเช่น Voluntourism หรือ การท่องเที่ยวเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งเป็นการเปิดโลกทัศน์จากการท่องเที่ยว และได้ทำกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่ดี เช่น ไหว้พระ 9 วัด เข้าวัดฟังธรรม การบริจาคทรัพย์เพื่อทำนุบำรุงศาสนสถาน โบราณสถาน การปฏิบัติธรรม หรือร่วมกิจกรรมจิตอาสา เช่น ทำฝาย สร้างวัด สร้างโรงเรียน ทำความสะอาดแหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ”
นายสุรพล เศวตเศรนี
       นายสุรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากนโยบายด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล ซึ่งประกาศให้ปี 2554 - 2555 เป็น “ปีมหัศจรรย์เมืองไทย” (Miracle Year) ททท. จึงได้บรรจุให้รูปแบบการนำเสนอเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่และกิจกรรมที่จะจัดแสดงภายในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2555 ให้สอดรับกับแคมเปญดังกล่าว โดยเฉพาะกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 3 พระองค์ ซึ่งภายในงานมีการจัดนิทรรศการ Miracle “มหัศจรรย์ใต้ฟ้าพระบารมี” เพื่อเชิญชวนผู้เข้าชมงานร่วมเทิดพระเกียรติ และชื่นชมพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร”
       
       สำหรับภาพรวมการจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2555 ททท. ยังคงนำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ทั้ง 5 ภูมิภาค ภายใต้ธีม “เที่ยวเทรนด์ใหม่ มหัศจรรย์เมืองไทย” โดยมีไฮไลท์ในแต่ละภาค ดังนี้
      
       - ภาคกลาง นำเสนอเทรนด์เที่ยวแบบ Luxury คือ เที่ยวแบบเน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ เที่ยวสนุก กินของดี เดินทางสะดวกสบาย โดยจำลองวิถีชีวิตคนไทยภาคกลางที่ผูกพันกับตลาดโบราณ ตลาดเก่า ตลาดใหม่ ตลาดบก ตลาดน้ำ อาทิ ตลาดเก้าห้อง สุพรรณบุรี ตลาดน้ำคลองลัดมะยม กรุงเทพฯ ตลาดน้ำอัมพวา สมุทรสงคราม ตลาดท่านา นครปฐม ชมการฉายภาพยนตร์ไทยสมัย มิตร ชัยบัญชา นำแสดง 3 เรื่อง ได้แก่ อีแตน อรชรคนสวย และเงิน เงิน เงิน ณ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมธานี
       
       - ภาคเหนือ นำเสนอเทรนด์เที่ยวตามรอยภาพยนตร์และละครดัง (Scenic Rout) ด้วยการจำลองฉากละครและภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในภาคเหนือ เช่น บ้านวงศ์บุรี จ.แพร่ (ละคร รอยไหม) สวนสนบ่อแก้ว จ.เชียงใหม่ (ภาพยนตร์ รักจัง) ไร่ชา จ.เชียงราย (ละคร รักออกอากาศ) ดอยแม่อูคอ จ.แม่ฮ่องสอน (ภาพยนตร์ The Melody) ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ (ภาพยนตร์ อุโมงค์ผาเมือง) ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ (ละคร ธรณีนี่นี้ใครครอง) พร้อมตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์-ละคร และแหล่งท่องเที่ยวมหัศจรรย์เมืองไทย ชมสาธิตการทอผ้า การแสดงศิลปวัฒนธรรม ขบวนแห่ประเพณีสำคัญแบบล้านนา ลานการแสดง “กาดกองต้า” ถนนคนเดิน สินค้างานฝีมือและอาหารพื้นเมือง
       
       - ภาคอีสาน นำเสนอเทรนด์เที่ยวชมทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล ชมความสวยงามของทุ่งดอกไม้ ได้แก่ ทุ่งดอกดุสิตา จ.อุบลราชธานี ทุ่งดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ ทุ่งดอกบัวแดง จ.อุดรธานี ลานต้นเมเปิ้ล สีแดง จ.เลย ชมการจำลองสถานที่แหล่งท่องเที่ยวมหัศจรรย์เมืองไทย เช่น ปราสาทพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ และปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่อัศจรรย์ คือ แสงอาทิตย์ลอด 15 ช่องประตู ชมการทำเทียน การทอผ้าไหมแพรวาจากหมู่บ้านคำม่วง จ.กาฬสินธุ์ การแสดงจากวิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ ชิมและอิ่มอร่อยกับส้มตำรสจัดจ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมทั้งกิจกรรมสำหรับเยาวชนที่สนใจเรื่องราวของไดโนเสาร์ใน ไดโนส์ คิดส์ โซน
      
       - ภาคตะวันออก นำเสนอเทรนด์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ชมนิทรรศการการทำสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จ.ระยอง และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของสวนสุมนไพรฯ สัมผัส 9 สีสัน มหัศจรรย์สีสันตะวันออก บรรยากาศชายทะเลจำลอง ชมโบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมน จ.จันทบุรี พร้อมอนุสาวรีย์พระนางมารีอา สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำจันทบูร จับจ่ายสินค้าพื้นบ้านและผลไม้นานาชนิดจากสวนภาคตะวันออกมาจำหน่ายในราคาพิเศษ
      
       - ภาคใต้ นำเสนอเทรนด์ท่องเที่ยวชิมอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อแต่ละท้องถิ่น ชมและชิมอาหารพื้นเมืองที่หาได้ยากมาสาธิตและให้ชิมมากกว่า 20 รายการ เช่น ข้าวเหนียวหม้อข้าวหม้อแกงลิง ข้าวต้มใบกะพ้อ ขนมเจาะหู ขนมจูจุน โลบะ บักกุ๊ดแต๋ และการสาธิตทำผ้าบาติก ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติคีรีวง การสานกระจูด และการเล่นหมากขุม และชมโซนการแสดงทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เช่น การรำเสนง รำตารีกีปัส รำตารีมาลากัส รำพัดใบพ้อ รองเง็ง ระบำชนไก่ รำโนราห์ ชมการจำลองแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ เกาะหินซ้อน จ.สตูล ท่าปอมคลองสองน้ำ จ.กระบี่ นางเงือก หาดสมิหลา จ.สงขลา ตลาดกิมหยง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตื่นตาไปกับประเพณีสงกรานต์แห่นางดาน โล้ชิงช้า จ.นครศรีธรรมราช ประเพณีพ้อต่อ จ.ภูเก็ต
หนึ่งในการแสดงที่จะมีในงาน
       นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมโซนหลัก ๆ ที่น่าสนใจดังนี้
       
       - กิจกรรมส่งเสริมการขายตลาดในประเทศ “ส่งเสริมการเดินทางเชื่อมโยง” พบกับการจำหน่ายสินค้าธุรกิจการท่องเที่ยวทุกภูมิภาคทั่วไทยในราคาและเส้นทางพิเศษ รวมทั้งสายการบิน สินค้าหัตถกรรมและของที่ระลึก กว่า 800 บูธ
      
       - นิทรรศการเกี่ยวกับองค์กร (ททท.) จากอดีตสู่ยุคปัจจุบัน อาทิ การให้บริการของ 1672 TAT Contact Center ความก้าวหน้าทาง IT เช่น Mobile Application, Campaign Miracle ME, แคมเปญ Miracle Thailand นำเสนอ 7Miracles, Vision ผู้ว่าการ ททท., โครงการ Thailand Tourisms Awards, รางวัล PATA Grand Award 2012, โครงการ 7 Greens, การตรวจสุขภาพและรักษาโดยแพทย์ทางเลือก, TAT Shop จำหน่ายหนังสือ และของที่ระลึก
       
       - โซนไอทีและดิจิตอล นำเสนอเทรนด์ชมและแชร์ ชาวดิจิตอลไลฟ์สไตล์ห้ามพลาด อย่าลืมพกพาแก็ดเจ็ตของตัวเองมาร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ไปด้วยกัน กับเกมส์ Smile Land และเกมส์ใหม่ Thailand Racing พร้อมกับเปิดตัวแอพใหม่ Amazing Thailand ทุกแพลตฟอร์ม กิจกรรมโมบายสอยดาว โดมภาพ Miracle Me กิจกรรมโซเชียลมิเดียของ ททท. ฯลฯ พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย
      
       - โซนเวทีการแสดงหลักและโซนเทศกาลงานวัด ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยและร่วมสมัย และร่วมย้อนยุคกับบรรยากาศงานวัด ซึ่งเป็นโซนยอดนิยมที่มีผู้สนใจร่วมเข้าชมมากทุกปี เช่น การแสดงโขน ตอน นางลอย, ละครนอกเรื่อง สังข์ทอง, โขนสดเข็มพระราชทาน คณะสังวาลย์ เจริญยิ่ง, กระตั้วแทงเสือ จากคณะศิษย์วัดสิงห์, ลิเกเด็ก, การเชิดหุ่นคน, หุ่นละครเล็ก รำวงย้อนยุค คณะอ๊อด โฟร์เอส เป็นต้น การแสดงดนตรีร่วมสมัย เช่น วงดนตรีสุนทราภรณ์, วงบางกอกซิมโฟนี, วงโยธวาทิต และการแสดงจากศิลปินชื่อดังระดับประเทศ ได้แก่ อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, ชินกร ไกรลาศ, สันติ ลุนเผ่, หงา คาราวาน ฯลฯ
      
       - โซนมหัศจรรย์อาหารไทย – ชิมเที่ยวทั่วไทย พบกับสุดยอดอาหารไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก เช่น มัสมั่น ต้มยำกุ้ง ส้มตำ และอาหารอร่อยขึ้นชื่อจากทั่วประเทศ ชมสาธิตการแกะสลักผักผลไม้ การทำขนมไทย ร้านค้าโครงการหลวง และร้านค้ามหัศจรรย์น้ำใจ ททท.
      
       - โซนจำหน่ายสินค้าโอทอปและของที่ระลึกจากทั่วประเทศ
       
       - นิทรรศการและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน เช่น กระทรวงพาณิชย์, สสปน., กรุงเทพมหานคร, จ.เชียงใหม่, จ.นครปฐม, จ.ประจวบคีรีขันธ์, จ.อุตรดิตถ์ ฯลฯ
      
       และพิเศษ รับพาสปอร์ตลุ้นโชค “เที่ยวเทรนด์ใหม่ มหัศจรรย์เมืองไทย” ไปกับ ททท. “ลุ้นง่าย ๆ กับชาว off line และลุ้นเก๋ ๆ กับคน on line” ร่วมสนุกและเล่นเกมภายในงาน พร้อมเขียนชื่อ ที่อยู่จับฉลากรับเสื้อ “มหัศจรรย์เมืองไทย” และรางวัลไอแพด 3
      
       นอกจากกิจกรรมด้านส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวและกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ แล้ว ททท. ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาระบบคิดด้านการท่องเที่ยว ด้วยการจัด สัมมนา เปิดมุมมอง ท่องเที่ยวไทย “มองท่องเที่ยวสมัยใหม่ หลากหลายมุม” (All about Modern Thai Tourism) ในวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2555 เวลา 09.30 - 17.00 น. ณ ห้องจูปิเตอร์ 4 - 7 อาคารชาเลนเจอร์อิมแพค เมืองทองธานี (ไม่เสียค่าใช้จ่ายการเข้าร่วมสัมมนา) ในหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น เทคโนโลยีล้ำหน้า ข้อมูลล้าหลัง , กึ่งยิง กึ่งผ่าน.. สร้างสรรค์เกมการตลาดผ่านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยวิทยากรชื่อดังจากหลากหลายวงการ อาทิ นันทขว้าง สิรสุนทร, อริยะ พนมยงค์, พรทิพย์ กองชุน, ภาณุมาศ ทองธนากุล, นัดดาเพ็ญ ทุมมานนท์, วศินบุรี สุพาณิชวรภาชน์, ชาตรี ประกิตนนทการ, มานพ มีจำรัส, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, วุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ
       
       สำหรับกำหนดการพิธีเปิดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ปี 2555 จะจัดขึ้น ในวันพุธที่ 6 มิถุนายน 2555 เวลา 15.30 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี จ.นนทบุรี

เที่ยวป่าหน้าฝน ยลมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติที่อีสานใต้ มิถุนายน - ตุลาคม

ททท. ชวนเที่ยวป่าหน้าฝนที่อีสานใต้ เชิญไปสัมผัสความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ 6 รูปแบบ ที่พบได้เฉพาะฤดูฝนเท่านั้น
          นายนพรัตน์ กอกหวาน ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 (ททท.สภฉ. 2) เปิดเผยว่า ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคอีสานตอนใต้อันประกอบด้วย ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และ อุบลราชธานี นั้น ถือได้ว่าเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติในระดับต้น ๆ ของภูมิภาค เพราะนอกจากจะเป็นศูนย์รวมของ 3 แม่น้ำสายหลักของภูมิภาค คือ โขง – ชี – มูล แล้ว ยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง ได้แก่ ผาแต้ม แก่งตะนะ เขาพระวิหาร ภูจองนายอย และภูสระดอกบัว ซึ่งในช่วงฤดูฝนนอกจากธรรมชาติในเขตอุทยานจะเขียวชอุ่มงดงามแล้ว ฤดูกาลนี้ยังจะช่วยเผยโฉมแหล่งท่องเที่ยวแปลก ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจ น่าศึกษา กว่า 6 แห่ง เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ผู้รักในธรรมชาติที่กำลังมองหามุมมองใหม่ ๆ ในการท่องเที่ยว 

          น้ำตกแสงจันทร์ Unseen in Thailand ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม น้ำตกงามในฉากหนังโฆษณาชุดสุวรรณภูมิ ที่พรั่งพรูจากรูหินเหนือเพิงถ้ำมองดูคล้ายแสงจันทร์สาดส่องลงมาสู่โลก อีกทั้งเมื่อสายน้ำกระทบสู่ผืนน้ำเบื้องล่างยังจะกระจายตัวเป็นรูปหัวใจสีขาวน่าอัศจรรย์
          น้ำตกรากไทร ม่านน้ำธรรมชาติริมแก่งตะนะ เป็นน้ำตกไหลซึมซับตามรากไทรที่ย้อยลงมาตามหน้าผาริมแม่น้ำมูล มองดูคล้ายม่านมู่ลี่ไหลลงสู่พื้นหินกระจายเป็นละออง งดงามน่าอัศจรรย์ น้ำตกรากไทรเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้นเพียง 500 เมตรริมแม่น้ำมูลของอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ซึ่งนอกจากจะได้ชื่นชมม่านน้ำธรรมชาติแล้วยังสามารถชื่นชมพืชพรรณ ประเภทมอส ไลเคนและเฟิร์นแบบครบวงจร และร่องรอยอารยธรรมขอมยุคพุทธศตวรรษที่ 12 บริเวณถ้ำพระ ซึ่งตั้งอยู่บนปลายเส้นทาง นับเป็นเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะสั้นที่มีจุดท่องเที่ยวครบถ้วน
          น้ำตกห้วยหลวง น้ำตกใหญ่และงามที่สุดในภาคอีสานตอนล่าง ตั้งอยู่กลางป่าสมบูรณ์ไหลตกจากหน้าผาสูง 45 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำสีเขียวมรกตที่มีหาดทรายขาวโอบล้อม ถือได้ว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุด สูงที่สุด และงดงามที่สุดของภาคอีสานตอนล่าง ตั้งอยู่ที่อุทยานห่งชาติภูจองนายอย
          อาบเมฆที่ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ผามออีแดง เป็นหน้าผาสูง 500 เมตร มีผืนป่าเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก ที่แบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา และเป็นประตูสู่ปราสาทเขาพระวิหาร ณ หน้าผาแห่งนี้ นอกจากจะเป็นจุดชมทิวทัศน์แผ่นดินเขมรต่ำและเป็นจุดที่ปรากฏรอยภาพแกะสลักหินโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย จนกลายเป็นแหล่ง Unseen Thailand แล้วในช่วงฤดูฝนจะปรากฏทะเลเมฆที่ไหลมาจากที่ราบแผ่นดินเขมรต่ำมาปะทะหน้าผาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ไปเยือนผามออีแดงในฤดูนี้จะได้มีโอกาสอาบเมฆอย่างแสนประทับใจ 
          “กุ้งเดินขบวน” : ธรรมชาติมหัศจรรย์ที่สามเหลี่ยมมรกต ที่แก่งลำดวน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ยามค่ำคืนหลังฝนตกหนักประมาณเดือนกันยายนของทุกปี จะปรากฏกุ้งฝอยนับล้าน ๆ ตัว พากันหลบสายน้ำแรงของแก่งปีนป่ายลานหินยาวประมาณ 30 เมตร ก่อนจะปีนกลับสู่สายน้ำลำโดมใหญ่มุ่งหน้าสู่ต้นน้ำบนป่าสามเหลี่ยมมรกต
          ผอ. ททท. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจเหล่านี้เกิดขึ้น ณ แหล่งท่องเที่ยว และเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมที่สะดวกสบาย ไม่เคยปรากฏเหตุการณ์อุบัติภัยทางธรรมชาติใด ๆ เลย ที่สำคัญสามารถเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องเป็น Route เดียวกัน และสามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้อย่างคุ้มค่า ททท. จึงขอเชิญชวนผู้รักธรรมชาติทุก ๆ ท่านไปสัมผัสศึกษาความงดงามของฤดูฝน และความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติของภาคอีสานตอนใต้ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงาน ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 โทรศัพท์ 045-243770,250714 และ www.tatubon.org

วันแม่ 2555 พาเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวสื่อรักวันแม่ เมืองสุพรรณ


"ทุ่งดอกกระเจียวสื่อรักวันแม่"


ในระหว่างวันที่ 1 - 31 สิงหาคม 2555 นี้ ! ขอเชิญนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชม "ทุ่งดอกกระเจียวสื่อรักวันแม่" ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี (ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่ง ถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบการสร้างสัมพันธภาพ ที่ดีภายในครอบครัว และเฉลิมฉลองเนื่องในวันแม่แห่งชาติ การระลึกถึงพระคุณของแม่ การบำเพ็ญประโยชน์ที่ เป็นการสนองนโยบายการท่องเที่ยวในรูปแบบช่วยเหลือ และสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคม

กิจกรรมภายในงาน พบกับ ! ทุ่งดอกกระเจียวที่มีหลากหลายสายพันธุ์ที่ออกดอกบานสะพรั่งสวยงามตระการตาใน รูปแบบสวนภูเขาป่าตลอดเดือนสิงหาคม และตื่นตาตื่นใจกับทุ่งปอเทืองเหลืองอร่ามชูช่อไสวตามลม และชมพันธุ์ไม้งามนานาพันธุ์ที่สามารถเลือกซื้อหาไปประดับตกแต่งบ้านเรือน พร้อมทั้งชมนิทรรศการความรู้ทางวิชาการเกษตร และการจัดจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ของดีเมืองอู่ทอง ฯลฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (สวนสวรรค์สุพรรณบุรี) โทร. 0 3543 7705 ต่อ 101 , 08 9837 3277

อีสานคลาสสิก และ 8 สุดยอดแห่งที่ราบสูงอีสาน



อีสานคลาสสิก และ 8 สุดยอดแห่งที่ราบสูงอีสาน (อ.ส.ท.)
โดย อภินันท์ บัวหภักดี 

          อีสานวันนี้ แม้หลายสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลก แต่อีกสานก็ไม่เคยฮ่างอีสานที่เหมือนจะเซาซึม วันนี้กลับกลายเป็นแผ่นดินที่ควรค่าแก่ความภาคภูมิใจ ยิ่งในยุคที่โลกร้อนและอาหารแพง อีสารกลับเป็นดินแดนแห่งข้าวหอมมะลิ และกำลังจะชุ่มน้ำด้วยอภิมหาโครงการใหญ่ยักษ์หลายโครงการ แต่เหนืออื่นใด อีสานนี้แหละที่จะเป็นดินแดนหน้าบ้านของประเทศไทยในการออกไปรับหน้ากับการเติบโตของอุษาคเนย์ ที่กำลังพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรีบรุด

          วันนี้คนอีสานนับแสนภาคภูมิใจกับความเป็นแผ่นดินผืนที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศ การมีประชากรมากที่สุดของประเทศ มีผู้แทนราษฎรจำนวนมากที่สุด และมีเมืองใหญ่ๆ ที่ใหญ่โตจริงๆ ทัดเทียมกันมากมายหลายเมืองด้วยกันผู้คนอีสานวันนี้ทำมาหากินขยันขันแข็ง กำลังงานวันก่อนที่ค่อยเริ่มสร้างบ้านแปลงเมืองเคยออกไปไขว่คว้าหาประสบการณ์ต่างบ้าน ไม่เพียงไปในเมือง ในจังหวัดกรุงเทพฯ หรือประเทศไทย แต่บุกบั่นไกลไปทั่วโลก มาถึงวันนี้ได้นำเข้าอารยธรรมความเจริญ เงินตราความรู้ความคิดใหม่ๆ กลับมาพัฒนามาตุภูมิอย่างมีคุณค่าอเนกอนันต์


          และเช่นเดียวกัน ในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความสวยงามตามธรรมชาติ อีสารก็มีสิ่งดีๆ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และเป็นความยิ่งใหญ่ ไม่เฉพาะเพียงของอีสาน หากยังเป็นเอกลักษณ์ความยิ่งใหญ่ของประเทศด้วยในขณะเดียวกันอีกหลายแง่หลายมุม
         
          "เมืองนี้ ดินดำน่ำชุม ปากุ่มบ้อน คือแข่แกงหาง ปานางบ้อน คือขางฟ่าลัน จักจั่นฮ้อง คือฟ่าลวงบน แตกจ้นจ้น เสียงปีบ โฮแซว เมืองนี้ มีสุแนวระบำลำฟ่อน"
 

 1. สุดยอดขุนเขาแห่งการท่องเที่ยว...ภูกระดึง

          เมื่อเอ่ยถึงภูเขา สิ่งที่ไปกันได้ดีก็คือเรื่องของการท่องเที่ยว เพราะบนภูเขามีสิ่งดึงดูดความสนใจให้ขึ้นไปเที่ยวชมมากมาย อย่างพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ป่าใหญ่ๆ ดอกไม้ป่างามๆ น้ำตกบึ้มๆ หน้าผาและจุดชมวิวสวยๆ ไม่เพียงเท่านั้นอุณหภูมิบนภูเขาทั้งกลางวันกลางคืนก็หนาวเย็น สร้างบรรยากาศโรแมนติก ชวนให้เบียดกายใกล้ชิดสนิดแนบ เหมาะแก่การพาคู่รักหรือเพื่อนร่วมใจไปสนุกสนานเปลี่ยนบรรยากาศ ภูเขาจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตติดอันดับของผู้คนทั่วโลก

          แนวทิวเขาของอีสานประกอบไปด้วยแนวทิวขาเพชรบูรณ์และแนวทิวเขาดงพญาเย็น ที่เป็นเสมือนสันกั้นพรมแดนระหว่างภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน จากที่ราบลุ่มภาคกลางจะขึ้นสู่ที่ราบสูงอีสานก็ต้องทะลุแนวภูเขานี้ขึ้นไปทั้งสิ้น ต่ำลงมาประชิดกับภาคตะวันออกชายฝั่งทะเล คือเทือกเขาสันกำแพง ที่ด้านหนึ่งเป็นจังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้ว กับอีกด้านหนึ่งก็คือพื้นที่อำเภอโนนสูง เสิงสาง และครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ทิวเขานี้ยังเชื่อมโยงต่อไปถึงพนมดงรัก ซึ่งเป็นแนวกั้นอีสานกับดินแดนกัมพูชาและ สปป. ลาว และทั้งหมดนี้ก็คือ แนวภูเขาที่กั้นอีสานออกเป็นเอกเทศ แทบจะเป็นที่ราบกลมๆ บนที่สูง จากอีสานจะลงมาภาคกลางหรือไปภาคเหนือ อย่างไรเสียก็ต้องเจอภูเขา จะไปตามทางราบๆ ตลอดไม่ได้

          นอกจากนี้ อีสานยังมีแนวเทือกเขาภูพานที่เป็นเส้นตัดขวางแบ่งกั้นให้เกิดเป็นอีสานเหนือ คือจังหวัดอุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม และเลย และอีสานใต้ที่มีอยู่อีกมากมายหลายจังหวัด ทั้งหมดเสมือนถูกตัดแยกออกจากกันอย่างเด่าชัดด้วยเทือกเขาภูพานแห่งนี้

          และในบรรดาเทือกภูเขาสูงอีสานหลากหลายนี้ เทือกเขาเพชรบูรณ์ดูจะเป็นเทือกเขาที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุด ก่อให้เกิดภูเขาย่อยๆ ที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีความหลากหลายของสรรพชีวิตสวยงามมากมายหลายแห่ง และหากจะกล่าวกันถึงเรื่องท่องเที่ยวแล้ว ก็เชื่อแน่ว่าไม่มีใครปฏิเสธ หากจะยกตำแหน่งสุดยอดภูเขาท่องเที่ยวให้กับภูกระดึง แห่งเทือกเขาเพชรบูรณ์ จังหวัดเลย

          ภูกระดึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเก่าแก่ที่ไม่เคยเสื่อมคลายมนตร์ขลัง เพราะที่นี่มีทุกๆ อย่างที่นักท่องเที่ยวต้องการ จุดเด่นของภูกระดึงคือความสวยงามของภูเขา สายหมอกหน้าผา พรรณไม้ และสัตว์ป่า กล่าวกันว่า ถ้านักท่องเที่ยวจะเริ่มต้นออกเดินทางท่องธรรมชาติ ภูกระดึงจะเป็นเสมือนโรงเรียนประถมต้นของการท่องเที่ยวภูเขากันเลยที่เดียว


 2. สุดยอดภูผาและผืนป่าอนุรักษ์

          นอกจากภูเขาจะเป็นแหล่งรวมความงดงามน่าท่องเที่ยวแล้ว ยังมีความสำคัญในฐานะเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารอีกด้วย กระบวนการจะเริ่มตั้งแต่น้ำฝนที่ประพรมผืนป่าบนภูเขา ต้นไม้มีหน้าที่เก็บกักน้ำนั้นไว้ แล้วค่อยปล่อยลงสู่ลำน้ำเล็กๆ  ที่ไหลลงมาตามความลาดชันของภูเขา รวมกันเป็นลำน้ำสายใหญ่ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กระทั้งไหลลงสู่ที่ราบสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผู้คนเบื้องล่าง นอกจากบทบาทนี้แล้ว ป่าบนภูเขายังเป็นแหล่งรวมของนานาสรรพชีวิตหลากหลาย ทั้งพืชและสัตว์ รวมถึงนกหายากอีกหลากหลายประเภท ภูเขาจึงเป็นแหล่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เพื่อให้ต้นน้ำลำธานคงความอุดมสมบูรณ์ชุ่มชื้น สัตว์ป่า นก และพืชหายากนานาพรรณมีโอกาสดำรงพันธุ์ของตนสืบไป

          ในอีสานมีผืนป่าอนุรักษ์ด้วยกันมากมายหลายแห่ง อย่างอุทยานแห่งชาติที่เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ล่าสุดของเมืองไทย คืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่กินพื้นที่ไม่เฉพาะเพียงภาคอีสาน แต่ยังแผ่ขยายพื้นที่กว้างขวางมาถึงภาคกลางด้านตะวันออกเขาใหญ่ในด้านหนึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำบางปะกงในภาคกลาง และอีกด้านหนึ่งก็เทน้ำไหลลงสู่ลำห้วยต่างๆ ของน้ำมูน น้ำชี นอกจากนั้น อีสานยังมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ซึ่งงดงามด้วยพรรณไม้หายากนานาพรรณ ควรค่าแก่การศึกษา รวมทั้งเขตอุทยานแห่งชาติริงโขงที่น่าสนใจอย่างอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ภูวัว แก่งตะนะ และที่อื่นๆ อีกมากมาย

          ในบรรดาภูผาและผืนป่าอนุรักษ์ทั้งหลายของอีสานนั้น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง คือสุดยอดของภูผาและผืนป่าอนุรักษ์ที่เรา อ.ส.ท. อยากจะยกย่องให้เป็นสุดยอดของอีสานในด้านภูเขาและผืนป่าแห่งการอนุรักษ์

 3. สุดยอดสายน้ำฉ่ำเย็น แม่น้ำโขง ชี มูน

          แม่น้ำโขง  คือสุดยอดแม่น้ำของอีสาน ข้อนี้คงไม่มีใครจะปฏิเสธได้ แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกในภาคเหนือที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นระยะทางสั้นๆ ก่อนจะออกจากประเทสไทยที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเดียวกัน จากนั้นแม่น้ำโขงจึงไหลกลับเข้าสู่ประเทศไทยอีกครั้งในแผ่นดินอีสาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย จากเชียงคาน แม่น้ำโขงก่อให้เกิดหาดทราบ โขดหิน และเกาะแก่งที่สวยงามมากมายหลากหลาย โดยเฉพาะที่อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย มีที่พักและรีสอร์ตมากหลายได้รับการจัดสร้างขึ้นไว้รองรับนักท่องเที่ยวผู้มาชมความสวยงามของแม่น้ำโขงที่นี่

          สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 เป็นสะพานนานาชาติแห่งแรกที่พาดข้ามไปบนแม่น้ำสายนี้ เชื่อมมิตรภาพสองฝั่งโขง ร้อยใจลาว-ไทยน้องพี่เข้าด้วยกัน จากสะพานมิตรภาพๆ แม่น้ำโขงก็ขยายตัวกว้างใหญ่ ทอดผ่านเมืองสองฟากฝั่งที่ล้วนเป็นเมืองสำคัญของสองประเทส เช่น เมืองบึงกาฬ เมืองบอลิคัน เมืองนครพนม และเมืองท่าแขก จนมาพบกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นแม่น้ำโขงก็ไหลต่อลงไปผ่านเมืองเขมราฐ ก่อให้เกิดแก่งหินที่สวยงามขึ้นอีกหลายชุดก่อนจะไปสุดท้ายออกจากประเทสไทยที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

          ระหว่างทางเดินของแม่น้ำโขงได้ก่อให้เกิดสิ่งดีๆ มากหลาย ประชาชนสองฟากฝั่งใช้แม่น้ำโขงเป็นแหล่งอาหาร แหล่งทำมาหากินด้านการเกษตรมากมาย ที่หน้าเมืองนครพนมและเมืองเวียงจันทน์เกิดเป็นหาดทรายกว้างใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของทั้งสองประเทศ งานเทศกาลประเพณีที่เกี่ยวข้องกัยการท่องเที่ยว เช่น ประเพณีแข่งเรือ ประเพณีไหลเรือไฟ และปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น ก่อให้เกิดการทางท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง


          แม่น้ำมูน  เป็นแม่น้ำสายกว้างใหญ่และยาวที่สุดในอีสาน เกิดขึ้นจากแนวทิวเขาสันกำแพงบางส่วน และทิวเขาพนมดงรักอีกบางส่วน แม่น้ำมูนไหลลงไปกลายเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำโขง ตรงจุดที่แม่น้ำมูนไหลลงแม่น้ำโขงเรียกว่าแม่น้ำสองสี เมืองโขงเจียม

          ส่วน แม่น้ำชี ต้นกำเนิดคือแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ แล้วไหลผ่านไปยังที่ราบตอนกลางของภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร แล้วไหลมาลงยังแม่น้ำมูนที่จังหวัดอุบลราชธานี ต่อจากนั้นจึงรวมกันไหลลงแม่น้ำโขงที่ปากมูลอีกต่อหนึ่ง

          ถึงตรงนี้ อ.ส.ท. เราจึงฟันธงไปได้เลยว่า สุดยอดแห่งแม่น้ำอีสาน จะมีแม่น้ำไหนเกินแม่น้ำโขง บวกกับลำน้ำสาขา แม่น้ำมูน แม่น้ำชี เป็นไม่มี...ฟันธง



 4. สุดยอดความงามทุ่งดอกไม้ป่า

          ในบรรพาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลากหลายประเภทในประเทศไทยนั้น ทุ่งดอกไม้ป่านับเป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทที่เที่ยวได้เที่ยวดี ใครๆ ก็ไปเที่ยวได้ ใครๆ ก็ชอบ แทบไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ วัย ความเก่งกล้าสามารถ หรือแม้กระทั่งความรอบรู้ของนักท่องเที่ยว

          ภาคอีสานมีทุ่งดอกไม้ป่าอันงดงามอยู่จำนวนไม่น้อย โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติต่างๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ ทุ่งกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ ทุ่งดอกไม้ดินที่ป่าสมอปูน อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา-ปราจีนบุรี ทุ่งดอกไม้ดินที่ภูผาเทิบ จังหวัดมุกดาหาร กลุ่มดอกไม้ป่าบนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย กลุ่มดอกไม้ป่าบนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดหนองคาย และทุ่งดอกไม้ดินที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบนราชธานี เป็นต้น 

          นอกจากทุ่งดอกไม้ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีนี้แล้ว ยังมีทุ่งดอกไม้ประเภทขึ้นเองตามหัวไร่ปลายนา และทุ่งดอกไม้ปลูกเพื่อเอาน้ำมันอีกบางชนิด ที่ในฤดูกาลก็สวยงามบานสะพรั่งน่าไปเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่งอีกหลายประเภท เช่น ทุ่งดอกหญาบัว ดอกปอเทือง และทุ่งดอกทานตะวัน แถบรอยต่อจังหวัดเพชรบูรณ์และลพบุรี เป็นต้น


          และจากทั้งหมดนี้ อ.ส.ท. ขอฟันธงว่า ทุ่งกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ และ ทุ่งดอกไม้ดินบนลานหิน อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบนราชธานี มีความเป็นสุดยอดที่พอๆ กัน เนื่องเพราะบนลานดอกไม้ทั้งสองแห่งนั้น ล้วนมีการจัดการเพื่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างดี การเข้าชมเป็นเระเบียบเรียบร้อย ขนาดของทุ่งดอกไม้เป็นพื้นที่กว้างใหญ่ เมื่อถึงฤดูกาลมีดอกไม้จำนวนมากผลิบานแน่นขนัด เที่ยวได้ไม่เบื่อ อยู่ในพื้นที่ที่มีความสะดวกในการเข้าถึงได้เป็นอย่างดี มีที่พักทั้งของภาครัฐและเอกชนบริการพร้อมพรั่ง อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ รอรองรับนักท่องเที่ยวให้สามารถไปต่อยอดในที่อื่นๆ ได้อีก


 5. สุดยอดอีสานก่อนประวัติศาสตร์

          เหตุการณ์สนุกๆ อย่างเช่น การต่อสู้กันของไดโนเสาร์ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งแบ่งออกเป็นยุคต่างๆ มีชื่อภาษาอังกฤษเรียกยากๆ นั้น เป็นเหตุการณ์ที่นำมาจำลองและจัดแสดงสาธิต เป็นการให้ความรู้ความบันเทิง และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากมายจนกลายเป็นจุดเด่นหนึ่งของการท่องเที่ยวอีสานไปแล้ว

          ประวัติศาสตร์ของอีสานเริ่มขึ้นตั้งแต่ยุกก่อนประวัติศาสตร์ มีการค้นพบซากกระดูกของไดโนเสาร์หลากพันธุ์หลายตระกูล ทั้งชนิดเนื้อและกินพืช โดยเฉพาะในเขตภาคอีสานตอนกลาง อันเป็นพื้นที่แถบเทืองเขาภูพาน จังหวัดกาฬสินธุ์ สกลนคร ขอนแก่น นอกจากซากไดโนเสาร์ ยังมีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ภาพเขียนสีที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้น


          จากยุคก่อนประวัติศาสตร์ก็คลี่คลายมาสู่ยุคแห่งตำนาน เรื่องราวของเมืองโบราณต่างๆ ที่ถูกทับซ้อนอยู่ด้วยเมืองสมัยใหม่ นิทานในประวัติศาสตร์อย่างอุสา-บารสท้าวปาจิตต์กับนางอรพิมพ์ และสังข์ศิลป์ไชย ล้วนแสดงให้เห็นถึงความเป็นบ้านเป็นเมืองในยุคก่อนของอีสาน ก่อนจะถึงช่วงแห่งการเผยแพร่เข้ามาของอารยธรรมขอม และมาสุดปลายทางที่การทิ้งร้างบ้านเมืองต่างๆ ออกไปด้วยเหตุผลที่ยังคงลี้ลับ ก่อนที่กลุ่มชนไทยลาวจะอพยพโยกย้ายกันข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาอยู่อาศัยในแผ่นดินที่เคยเจริญรุ่งเรืองอยู่ก่อนหน้าแล้ว และพลิกฟื้นผืนแผ่นดินอีสานให้กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้ง


          ความเป็นดินแดนแห่งไดโนเสาร์นับว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญของการท่องเที่ยวอีสานทำให้เกิดพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ขึ้นมากมายหลายแห่ง แต่ละแห่งมีการจัดแสดงที่ทันสมัยสวยงาม ถ้าจะเทียบกับการค้นพบภาพวาดที่ผาแต้ม หรือลวดลายหม้อไหบ้านเชียงนับว่ามีจุดเด่นกันคนละด้าน แต่กับนักท่องเที่ยวชาวไทย ยังนับว่าไดโนเสาร์ได้เปรียบกว่า เพราะฉะนั้น ไดโนเสาร์จึงเป็นสุดยอดที่เหนือกว่าเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ใดๆ ของอีสานครับ


 6. สุดยอดอลังการแห่งปราสาทหิน

          เขมรกับไทยมีความสัมพันธ์กันมาช้านาน มีเรื่องเล่าว่า ถ้าไม่มีเขมร คนไทยก็จะหายใจไม่ได้และเดินไปไหนไม่ถูก เพราะคำว่าจมูกและคำว่าเดินมาจากภาษาเขมร ดังนั้น การมีปราสาทหินอารยธรรมขอมมากมายในดินแดนไทยจึงนับเป็นเรื่องปรกติ ไม่มีอะไรแปลกประหลาด

          ปราสาทหินนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอีสาน และมีจำนวนมากมาย ตั้งแต่ใต้สุดของจังหวัดอุบลราชธานี ไปจนถึงเหนือสุดที่พระธาตุนารายณ์เจงเวง จังหวัดสกลนคร ในบรรดาปราสาทหินอารยธรรมขอมจำนวนมากมายเหล่านี้ อาจจำแนกออกได้เป็นสิ่งก่อสร้าง 1 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ ศาสนสถาน ธรรมศาลาหรือบ้านมีไฟที่สร้างไว้เพื่อเป็นที่พำนักของคนเดินทาง และอโรคยศาลาหรือโรงพยาบาล ที่มีแพทย์คือ พราหมณ์ผู้ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เป็นหมอ

          ปราสาทหินอันเป็นที่รู้จักในภาคอีสานและเป็นสุดยอดในด้านต่างๆ ตัวอย่างเช่น ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินทรายสีชมพูบนปากปล่องภูเขาไฟแห่งเมืองบุรีรัมย์ ปราสาทหินพิมาย ปราสาทที่เป็นดังตันแบบแห่งปราสาทหลายแห่งในเมืองเสียมเรียบ ปราสาทตาเมือน ที่มีทั้งอโรคยศาลาและธรรมศาลาครบครัน อยู่ใกล้ๆ ปราสาทหินพนมวัน ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ปราสาทสระกำแพงน้อย และปราสาทศรีขรภูมิ เป็นต้น


          และถ้าจะให้ยกปราสาทใดเป็นปราสาทหินสุดยอดอีสาน อ.ส.ท. เราขอยกให้ปราสาทพนมรุ้งเป็นปราสาทหินสุดยอดอีสานของไทย เหตุผลก็คือ สุดยอดทั้งความสวยงามทางด้านศิลปะสถาปัตยกรรม ตลอดจนมีสภาพที่ตั้งที่โดดเด่นท้าทาย คือตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงตามคติจัตรวาล อีกทั้งตัวโบราณสถานก็ได้รับการบูรณะให้มีสภาพดี ให้นักท่องเที่ยวพอได้เห็นค้ารางแห่งความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เป็นการเสริมจินตนาการในการเที่ยวชมได้แจ่มชัดยิ่งขึ้น


 7. สุดยอดพระบรมธาตุงวดงามดังนิรมิต

          ไม่ว่าขอมจะเป็นเขมรหรือไม่ แต่ศาสนสถานของขอมก็สร้างขึ้นด้วยหิน ส่วนไทยและลาวเราสร้างวัดและเจดีย์ด้วยอิฐและปูน ดังนั้น ในอีสานนอกจากจะมีโบราณสถานกลุ่มปราสาทหิน อันแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมขอมที่แผ่กว้างไปทั่วแล้ว อีสานก็ยังมีอารยธรรมไทยลาวที่แผ่ขยายออกไปจนเต็มที่เช่นเดียวกัน วัดและส่วนประกอบสำคัญของวัด คือเจดีย์ ที่ถูกเรียกเป็นภาษาอีสานว่าธาตุ มีมากมายหลายแห่งในอีสานโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองเก่าแก่มาแต่โบราณกาล

          พระธาตุสำคัญของอีสานอันเป็นที่รู้จัก ได้แก่ พระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม พระธาตุก่องข้าวน้อย จังหวัดยโสธร พระธาตุบังพวน จังหวัดหนองคาย พระธาตุศรีสองรัก จังหวัดเลย และพระธาตุยาคู จังหวัดมหาสารคาม เป็นต้น

          
ในจำนวนพระธาตุทั้งหลายแห่งนี้ ที่ถึงพร้อมด้วยความสวยงามของศิลปะอีสาน มีความใหญ่โตมโหฬารทรงคุณค่า อีกทั้งมีความสำคัยยิ่งทางจิตวิญญาณแล้ว ก็คงไม่มีธาตุแห่งไหนเกินองค์พระธาตุพนม ซึ่งไม่เพียงแต่พระธาตุพนมจะได้รับการเคารพนบนอบโดยคนไทยอีสานเราฝั่งนี้เท่านั้น แม้ในคราวงานนมัสการพระธาตุในทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ชาวลาวจากอีกฟากฝั่งโขงก็ยังต่างพากันข้ามประเทศมาร่วมงานนมัสการองค์พระธาตุพนมนี้กันอย่างครึกครื้น


 8. สุดยอดชาวเผ่าอีสาน สีสันของผู้คนและวัฒนธรรมประเพณี

          คนอีสานนอกจากจะมีชาวอีสานลาว ซึ่งเป็นกลุ่มชนกลุ่มใหญ่ที่สุด เป็นเจ้าของวัฒนธรรมประเพณีซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคแล้ว อีสานก็ยังมีกลุ่มชนต่างๆ อีกหลากหลายกลุ่มด้วยกัน เช่น กลุ่มชาวผู้ไทยหรือไทยดำ กลุ่มชาวอีสานเขมร กลุ่มชาวส่วย กลุ่มชาวมอญเขมรโบราณ เช่น ชาวบนหรือญักุร ชาวข่าหรือขมุ กลุ่มชาวไทยย้อ กลุ่มชาวไทยกระโส้ ตลอดจนกลุ่มชาวไทยโคราช เป็นต้น

          กลุ่มชาวไทยต่างๆ เหล่านี้แหละ ที่เป็นสีสันและเป็นเจ้าของกิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีในแง่มุมต่าง ๆ  ทั้งงานศิลปหัตถกรรม อาหาร ภาษา บทเพลง บทกวีต่างๆ อีกมากมายหลากหลาย ในแต่ละชาวเผ่าต่างก็มีรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองโดยเฉพาะ และใช้รูปแบบกลางๆ ที่เป็นของภูมิภาคอีสานร่วมกัน ตัวอย่างเช่น ในแทบทุกชนเผ่าในภาคอีสานต่างก็มีประเพณีบายศรีสู่ขวัญเป็นประเพณีร่วมกัน แต่รายละเอียดในพิธีกรรมจะแตกต่างกันไปในแต่ละชนเผ่า ตัวอย่างเช่น การต้อนรับแขกเหรื่อด้วยการดวลเหล้าจากไห ชาวลาวทั่วไปจะใช้คำเรียกว่าดูดอุ แต่ชาวผู้ไทยจะเรียกว่าชนช้าง เป็นต้น และอีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ บทเพลงหรือบทกวีของชาวผู้ไทยที่มีแนวทางฉันทลักษณ์และทำนองเป็นของตนเอง แต่ภาษาที่ใช้ในเพลงก็อาจจะใช้ภาษาที่ไม่เฉพาะเจาะจง อาจจะเป็นภาษาผู้ไทยหรือไทยอีสานรวมๆ กันไปก็ได้

          และชาวเผ่าที่เรา อ.ส.ท. ขอยกย่องให้เป็นสุดยอดของอีสาน นอกจากชาวไทยลาวที่มีจำนวนมากที่สุด มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นพื้นฐานสำคัญของวัฒนธรรมประเพณีอีสานแล้ว ชาวผู้ไทยและชาวไทยเขมรต่างก็มีบทบาทและมีวัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นสีสันที่ช่วยกันทำให้อีสานเป็นแผ่นดินแห่งความเจิดจ้าและร่ำรวยด้วยทรัพยากรแห่งศิลปวัฒนธรรมโดดเด่นมานับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

          ท้ายที่สุดของสุดท้ายแห่งอีสานคลาสสิก และ 8 สุดยอดที่ราบสูงอีสานนี้ เรา อ.ส.ท. ขอสงวนสิทธิ์ว่าเรื่องราวที่กล่าวถึงมาทั้งหมดนี้ มิใช่การลงคะแนนเสียงจากผู้อ่านเหมือนกับที่นิตยสาร Travel+Leisure ลงคะแนนให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ดีที่สุดในการเดินทางมาท่องเที่ยว หรือมิได้เป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์และโบราณคดีใดๆ แต่ทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้ เป็นเพียงประสบการณ์จากการเดินทางท่องเที่ยวหลายครังหลายหนนานนับได้หลายสิบปีของชาว อ.ส.อ. เราทั้งนั้น
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก