วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

"สารคาม"ชวนเที่ยว"สะดืออีสาน" พิสูจน์"หินหล่อง"ลานหินทรายมหัศจรรย์


นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผวจ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.มหาสารคาม มีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย เพื่อส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวในวงกว้าง เช่น บึงกุย แหล่งน้ำขนาดใหญ่นอกเขตชลประทาน บรรยากาศช่วงยามเย็นตะวันจะตกดินมีความสวยงามมาก มีนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพกัน บึงแห่งนี้อยู่ติดถนนสายมหาสารคาม-ขอนแก่น และอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดคือ จุดศูนย์กลางของภาคอีสาน หรือ"สะดืออีสาน" อยู่บริเวณทิศตะวันออกของโรงเรียนบ้านเขวา ต.เหล่า อ.โกสุมพิสัย โดยสร้างสัญลักษณ์ของสะดืออีสาน เพื่อให้ทราบว่าบริเวณนี้ คือศูนย์กลางของภาคอีสาน จากการสำรวจโดยกรมแผนที่ทหาร เมื่อปีพ.ศ.2534 ถือว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ว่าครั้งหนึ่งเคยมายืนอยู่ตรงศูนย์กลางของภาคอีสาน



ผวจ.มหาสารคาม กล่าวต่อว่า เมื่อออกจากสะดืออีสาน มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.โกสุมพิสัย สามารถแวะวนอุทยานโกสัมพี แหล่งอาศัยของลิงป่านับพันตัว โดยเฉพาะลิงแสมสีทองหายาก พบในป่านี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น จากนั้นแวะเข้าไปกราบนมัสการขอพรหลวงพ่อมิ่งเมือง ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าวนอุทยานโกสัมพี พระพุทธรูปสมัยทวารวดี แกะจากเนื้อหินทรายนับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาว อ.โกสุมพิสัย มานานตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน



นายวีระวัฒน์กล่าวอีกว่า อีกสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คือการพิสูจน์หลุมหิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า"หินหล่อง" อยู่ห่างจาก อ.โกสุมพิสัย 20 กิโลเมตร บนเส้นทางโกสุมพิสัย-ขอนแก่น เมื่อถึงบริเวณปากทางบ้านเขื่อน ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดยาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ลักษณะเป็นลานหินทราย อยู่ในบริเวณป่าโคกบ้านโนนสูง ต.ดอนกลาง ตามพื้นลานหินจะมีหลุม มีลักษณะเป็นบ่อน้ำวงกลม วงรี ความกว้างแตกต่างกัน ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ กว่า 3 เมตร เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อีกทั้งมีรอยเท้ามนุษย์โบราณยาวกว่า 50 เซนติเมตร ก้าวเท้ายาวเกือบ 2 เมตร ชาวบ้านในพื้นที่นับถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยจัดประเพณีบุญเดือน 7 ขึ้นทุกปีก่อนทำนา ทำไร่ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่สนใจ แวะมาท่องเที่ยวพักผ่อนสถานที่เหล่านี้ได้ตลอดปี

ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมประสบการณ์การตกหมึกชายฝั่ง ดูนกนานาพันธุ์ และชิมอาหารทะเลสดๆ


นางสาวนงนิตย์ เต็งมณีวรรณ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า เทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ และสิงห์คอปอเรชั่น  โดยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี กำหนดจัดงานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ครั้งที่ 14 ประจำปี 2555 ขึ้นในระหว่างวันที่ 8 - 16  กันยายน 2555  รวม 9 วัน ณ บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี

งานเทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก จัดขึ้นในช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคม ของทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงLOW SEASON ของ อ. ชะอำ ซึ่งในช่วงนี้จะมีหมึกในทะเลมาก อีกทั้ง จะมีนกอพยพจากตอนเหนือของทวีปเข้ามาหาที่อบอุ่นอยู่อาศัยใน อ. ชะอำ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง  ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว

กิจกรรมภายในงาน จะมีการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ จากร้านค้าและโรงแรมชื่อดังของเมืองชะอำมากกว่า 50 ร้าน  ณ บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ พร้อมกับมีการแสดงดนตรีบนเวทีทุกค่ำคืน

มีการพานักท่องเที่ยวออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วยการตกหมึกกลางทะเลทุกวัน เวลา 19.00–24.00 น. ค่าบริการลงเรือตกหมึก 100 บาท/ท่าน และมีการบริการย่างปลาหมึกที่ตกได้จากฝีมือของท่านเองพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บฟรี ติดต่อลงเรือที่เต็นท์ตกหมึก ด้านทิศใต้ของจุดชมวิว

ช่วงเวลา 7.00 น. และ 16.00 น. ของทุกวัน จะมีบริการพานักท่องเที่ยวไปดูนก ที่ทุ่งตะกาดพลีและวนอุทยานเขานางพันธุรัต ซึ่งท่านจะได้พบเห็นนกท้องถิ่นและนกอพยพทั้งนกที่อาศัยอยู่บริเวณหนองน้ำและชายเขา พร้อมทั้งมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญในการดูนกอธิบายตลอดการเดินทาง (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) ติดต่อลงชื่อจองไปดูนกได้ที่เต็นท์ดูนก ด้านทิศเหนือของจุดชมวิว

นอกจากนี้ ในวันที่ 8 กันยายน 2555 มีกิจกรรมแข่งเรือเร็วชายหาดชะอำ เวลา 9.30 น. – 15.00 น.  ณ ข้างจุดชมวิวชายหาดชะอำฝั่งใต้  ประกอบด้วยเรือประเภทต่าง ๆ 5 รุ่น ได้แก่ เรือสปอร์ตโอเพ่น (sport open boat), รุ่น มินิฟอร์มูล่าวัน (mini formula 1), รุ่น เรือสกูตเตอร์ 40 โอเพ่น, รุ่น เรือสกูตเตอร์ 30 โอเพ่น และ รุ่น 40 ลากกล้วย  และร่วมกิจกรรมแข่งขันตกปลาทะเลชะอำ  เวลา 18.00 น. – 07.00 น. ณ สะพานหินชะอำ ประกอบด้วยรางวัลประเภทต่าง ๆ 6 ประเภท ได้แก่ ประเภทปลากะพงขาว, ประเภทปลาเก๋า, ประเภทปลากระเบน, ประเภทปลากด, ประเภทปลาจวด, ประเภทปลาแปลก

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานเพชรบุรี โทรศัพท์ 0 3247 1005-6  และ เทศบาลเมืองชะอำ โทรศัพท์ 0 3247 2550, 0 3247 1665
 
 



                                     
 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสปา

คงจะเป็นเรื่องที่เชยเกินไปถ้ายุคนี้จะไม่พูดถึง การท่องเที่ยวแบบมีสปาซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ทั้งภายในโรงแรมและรีสอร์ทชั้นนำทั่วไป ซึ่งยังไม่นับรวมถึงสถานบริการสปาที่เปิดตัวกันอย่างคึกคักขณะนี้ ก็นับได้ว่ามีบริการกันมากมายเลยทีเดียว
สำหรับเกร็ดความรู้ท่องเที่ยวครั้งนี้เราจะพาทุกท่านไปเปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับ "สปา" โดยเฉพาะ ตามกันมาเลยค่ะ......
สปา
โดยความหมายคือ น้ำแร่ และน้ำพุร้อน จากบ่อน้ำแร่ดั้งเดิม
ต้นกำเนิดสปา
เมื่อพูดถึงสปา หลายคนอาจจะนึกถึงสถานที่พักผ่อน ผ่อนคลาย นวดตามโรงแรม หรือสถานที่พักผ่อนต่างๆ แช่น้ำแร่ น้ำพุร้อน น้ำนม ฯลฯ แต่ความจริงแล้ว คำว่า สปามีที่มาจากชื่อเมืองเล็กๆ ในประเทศเบลเยียม เมืองสปาเป็นแหล่งธรรมชาติ มีบ่อน้ำร้อน บ่อนกาสิโน ซึ่งชาวยุโรปนิยมไปพักผ่อนกันมาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 แล้ว แต่คนที่ไปต้องเป็นคนระดับนายทหารชั้นสูงผู้ดีชั้นสูงเท่านั้น ในช่วงนั้น สปา หมายถึงไปแช่น้ำพุร้อน เพราะที่เมืองสปามีอากาศหนาว จึงมักเรียกติดปากว่าไปสปา จนถึงปัจจุบันเมืองสปาเป็นเมืองท่องเที่ยวของเบลเยียมที่มีผู้คนหลั่งไหลไปพักผ่อนจำนวนมาก โดยทั่วไป บริการบ่อน้ำแร่ มี 7 รูปแบบ คือ
  1. บ่อน้ำแร่ตามสโมสร (Club Spa) ให้บริการในเรื่อง ของการออกกำลังกาย และอื่นๆ ที่หลากหลายแบบมืออาชีพ บริการเฉพาะช่วงกลางวัน
  2. บ่อน้ำแร่บนเรือ (Cruise Ship Spa) เป็นบ่อน้ำแร่บนเรือสำราญ ให้บริการแบบมืออาชีพ เช่นเดียวกัน เน้นการออกกำลังกาย ความสุขสบาย มีบริการอาหารด้วย
  3. บ่อน้ำแร่บริการช่วงกลางวัน (Day Spa) ให้บริการหลายอย่างแบบมืออาชีพ เปิดเฉพาะช่วงกลางวัน
  4. บ่อน้ำแร่แบบมีจุดมุ่งหมายเฉพาะ (Destination Spa) ให้บริการเน้นด้านสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า บริการแบบมืออาชีพ เช่น บริการออกกำลังกาย ให้ความรู้ต่างๆ มีที่พักแรมให้ด้วย ส่วนบริการอาหารจะแยกไว้ต่างหาก
  5. บ่อน้ำแร่เพื่อการรักษา (Medical Spa) เป็นบริการของกลุ่มบุคคล หรือบุคคล กลุ่มชมรม สถาบัน ที่มีบุคลากรแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ให้บริการสุขภาพ และการแพทย์แบบครบวงจร ในบรรยากาศที่ผสมผสาน ด้วยการอาบน้ำแร่กับ การบำบัดรักษาแผนโบราณ
  6. บ่อน้ำพุร้อน (Mineral Spring Spa) บริการโดยใช้น้ำแร่ธรรมชาติ ความร้อน และน้ำทะเล ที่เรียกว่า วารีบำบัด (Hydrotherapy Treatment)
  7. บ่อน้ำแร่ในที่พักต่างอากาศ/โรงแรม (Resort/Hotel Spa) ให้บริการแบบมืออาชีพเช่นกัน เน้นเรื่องออกกำลังกาย ความสุขสบาย มีบริการอาหาร
ไปสปาแล้วได้อะไรบ้าง
ผู้ใช้บริการสปาหลายคนนิยมไปสปาเพี่อการพักผ่อน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า หลังการใช้บริการสปา หรือ Spa Experience นั้น ใครที่เคยไปใช้บริการสปาแล้วได้รับสิ่งเหล่านี้กลับมาถือว่าคุณเป็นผู้บริโภคที่ไม่ขาดทุน
  1. Time to Relax ได้พักผ่อน
  2. Time to Reflect สามารถจินตนาการถึงสิ่งแวดล้อมที่มีความสุข บรรยากาศน่าทรงจำหรือตกอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบสงบ
  3. Time to Revitalise สามารถเติมพลังชีวิตจากธรรมชาติ
  4. Time to Rejoice ได้ความสดชื่นเบิกบานทั้งจากกลิ่น น้ำ และการนวด
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสปา
สปาเป็นการแพทย์แขนงหนึ่ง ไม่ว่าบริการสปาจะอยู่ที่ใด เช่น โรงพยาบาล คลินิก หรือโรงแรม รีสอร์ทก็ต้องมีผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์คอยให้การดูแล หรือให้คำแนะนำอยู่ด้วย เนื่องจากบริการทางการแพทย์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และมีหลักคุณธรรม จริยธรรม ประกอบปัจจุบันเมืองไทยไม่มีมาตรฐานสปาที่ทุกคนต้องปฏิบัติ แต่หากใครเปิดสปาที่ มีบริการนวด โดยไม่เน้นเพื่อสุขภาพ ก็ต้องจดทะเบียนเป็นสถานบริการ แต่หากมีเรื่องของ สุขภาพเข้าเกี่ยวข้องต้องจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในเมืองไทยนั้น สปา ที่มีบริการแบบครบวงจรและได้รับการยอมรับไปทั่วโลกนั่น คือ ชีวาศรม ซึ่งจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาล และสถานบริการถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนธุรกิจสปา ที่ทยอยเปิดตัวกันถี่ยิบส่วนใหญ่จะคาบเกี่ยวอยู่ในประเภท Day Spa เน้นไปที่เรื่องของบิวตี้ ความสวยความงามต่างๆ ซึ่งมีบางรายแอบฉวยโอกาสไม่จดทะเบียนขึ้นกับกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น
ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ tt&t สำหรับข้อมูล

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน

ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกมันซะเดือนห้า ฉ่ำๆ แฉะๆ นี่แหละเอกลักษณ์แห่งฤดูกาลน้ำ ถึงเวลาหาที่ดื่มดำ่ธรรมชาติ  10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน สักครั้งสักหนต้องจัดไป

น้ำตกกรุงชิง

photo : www.panoramio.com
น้ำตกกรุงชิง เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ. นครศรีธรรมราช สภาพภูมิศาสตร์เป็นป่าดิบชื้นหนาแน่นตั้งแต่ที่ราบต่ำจนถึงเชิงเขา มีความสูงถึง 7 ชั้น มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ น้ำตกกรุงชิง จึงเป็น สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน ที่ได้รับความนิยม และถูกขนานนามว่า “สวรรค์ของนกแดนใต้” เพราะเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เพชรบูรณ์

photo : http://web3.dnp.go.th
เที่ยว เพชรบูรณ์ หน้าหนาวก็ดี หน้าฝนก็เหมาะ โดยเฉพาะ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ตื่นตากับป่าสนซึ่งอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ด้วยความสูงลิบลิ่ว 30-40 เมตร นานาสนเรียงรายตัดกับความเขียวขจีของพื้นหญ้า บวกกับอากาศเย็นฉ่ำ ทำให้ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เย้ายวนใจนักท่องเที่ยว เป็นหนึ่งใน สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน ที่ต้องหาโอกาสไปสัมผัส

อุทยานแห่งชาติเชียงดาว และ ดอยผาแดง

photo : http://cmhike.com
อุทยานแห่งชาติเชียงดาว และ ดอยผาแดง ต้นน้ำของลำน้ำปิงและแม่แตง หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ทิวทัศน์สวยงาม ยิ่งสูงยิ่งสวย ยอดดอยเชียงดาวจึงเป็นเป้าหมายที่ท้าทายสำหรับนักท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

photo : www.greentrail-indochina.com
สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน อีกหนึ่งคงหนีไม่พ้น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งครอบคลุม 4 จังหวัด คือจังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก อุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน อากาศดีท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ยิ่งช่วงฤดูฝน ยิ่งชุ่มฉ่ำ ชวนให้อยากเข้าป่า ฟังเสียรธารน้ำตกไหล คืนชีวิตชีวา ชาร์ตพลังได้เป็นอย่างดี

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

photo : www.thaiguidetothailand.com
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า พื้นที่ครอบคลุมรอยต่อระหว่าง 3 จังหวัด คือ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน ที่ได้รับความนิยมคือ ลานหินปุ่ม ผาชูธง หรือ ลานหินแตก นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความละลานตาของมอสสีเขียวสดตัดกับแนวพื้นหิน รวมถึงผจญภัยในป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขา รับรองว่าถูกธรรมชาติมอมเมาจนลืมแสงสีแน่นอน

ล่องแก่งลำน้ำเข็ก

photo : flickrhivemind.net
เที่ยวหน้าฝนแบบเร้าใจกับโปรแกรม ล่องแก่งลำน้ำเข็ก กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่จังหวัดพิษณุโลก ทั้งมันส์ ทั้งท้าทาย เพราะการล่องแก่งที่ลำน้ำเข็กนั้นต้องใช้ความชำนาญขั้น expert เนื่องจากมีความยากสูงถึงระดับ 5 และยากติดอันดับต้นๆ ของการล่องแก่งในประเทศไทย (ล่องแก่งอย่างไรให้เซียน ดูเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการล่องแก่ง)

แก่งหินเพิง

photo : www.unseenthailand.org
ท่องเที่ยวเชิงผจญภัย  สนุกสนาน ตื่นเต้นกับลำน้ำอันเชี่ยวกราก ที่ แก่งหินเพิง จังหวัดปราจีนบุรี โดยฤดูกาลล่องแก่งของที่นี่จะเริ่มขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี หรือช่วงหน้าน้ำ ระยะทางของเส้นทางการล่องแก่งหินเพิง ยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตร ระดับความยากอยู่ที่ระดับ 5 ท้าผู้กล้าให้ลอง!

วังตะไคร้

photo : www.thailandtriptour.com
วังตะไคร้ จังหวัดนครนายก สถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้นหูกันตั้งแต่เด็ก นอกจาก น้ำตกจำลอง สวนไม้ดอกคุณท่าน และสระปทุมแล้ว ช่วงฤดูฝนหลาก กิจกรรมยอดฮิต คือ การล่องแก่งห่วงยาง หรือ แก่งแพยาง เป็นการท้าทายเหนือสายน้ำ พร้อมสัมผัสทิวทัศน์แห่งธรรมชาติของผืนป่าและขุนเขา

เมืองอุ้มผาง

photo : www.tedoo.ro
จังหวัดตาก หนึ่งใน สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน แหล่งที่น่าสนคือ เมืองอุ้มผาง โอบล้อมด้วยขุนเขา ผืนป่าอันบริสุทธิ์ ขี่ช้าง เดินป่า ท่องน้ำตก ตระการตากับทัศนียภาพและอากาศบริสุทธิ์

น้ำตกทีลอซู

photo : www.mosttravelinthailand.com
น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก ปลายทางในฝันของหมู่นักท่องเที่ยว สัมผัสธรรมชาติอันสวยสด พร้อมล่องแพ ท่องลำเนาไพร สุดจะคุ้มค่าหากดั้นด้นไปถึง ต้องตกตะลึงกับความสูง 300 เมตร งดงาม อลังการ ทีลอซู ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดน้ำตกแห่งเมืองไทย
 ………………………………………………..
10 อันดับ สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน
ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ

ศักดิ์สิทธิ์สถานที่…เขาพนมรุ้ง

“เอาไมเคิล แจ็คสันคืนไป (เอาพระรายณ์คืนมา)” ไม่รู้ว่าจะมีใครจำท่อนฮุกเพลงทับหลังของพี่แอ็ด  คาราบาว ที่โด่งดังสุดเมื่อ 20 ปีที่แล้วกันได้หรือเปล่า เป็นเพลงที่ปลุกกระแสคนไทยให้ช่วยกันทวงทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่โดนขโมยไป หลังมีผู้พบเห็นจากงานแสดงที่สถาบันศิลปะชิคาโก้ สหรัฐอเมริกาจนในที่สุดได้มีการนำกลับมาคืนในวันเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ ได้พอดิบพอดี ด้วยประวัติศาสตร์อันต้องจารึก “เขาพนมรุ้ง จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างมากทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ
“เขาพนมรุ้ง” โบราณสถานซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอมโบราณ ตั้งอยู่บนภูเขาไฟที่เคยประทุในอดีตและดับลงกว่าล้านปี หลังจากยุคขอมสิ้นอำนาจลงปราสาทหินพนมรุ้งได้ถูกทิ้งร้างให้ผุพังไปหลายปี ได้รับการบูรณะด้วยกรรมวิธีอนัสติโลซิส ซึ่งเป็นการบูรณะโบราณสถานโดยทำสัญลักษณ์ของชิ้นส่วนต่างๆ ก่อนจะรื้อออกเพื่อเสริมรากฐาน และนำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบขึ้นใหม่ตามเดิม  การวางศูนย์กลางประตูอยู่ในแนวเดียวกับพระอาทิตย์ขึ้นตรงกันตลอด ทำให้ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นขนานกับยอดเขาเราสามารถมองเห็นพระอาทิตย์เป็นแนวเดียวกันตลอดทั้ง  15 ประตู ซึ่งเกิดเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์เพียงวันเดียวในทุกๆ ปี
ปราสาทหินพนมรุ้ง
ได้มาสัมผัส “เขาพนมรุ้ง” สถาปัตยกรรมอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แล้วชวนให้คิดถึงประโยคอมตะของของอาโนลด์ ทอยน์บี นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ “See Angkor Wat And Die” ที่ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกต้องการไปดูนครวัด หากเราจะใช้คำๆ นี้กับที่นี่อันเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติไทยเราคนไทยจะอยากมาเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งสักครั้งในชีวิตก่อนสิ้นลมหายใจกันไหม..
เขาพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์
เขาพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์
การเดินทางไปเขาพนมรุ้ง
จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง หมายเลข 2 (มิตรภาพ) จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอ หนองกี่ อำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ตามทางหลวงหมายเลข 218 รวมระยะทาง 410 กม. หรือจากนครราชสีมา ตามทางหลวงหมายเลข 226 ผ่านอำเภอจักราช-ห้วยแถลง-ลำปลาย มาศ รวมระยะทาง 384 กม.
………………………………………………………………..
ศักดิ์สิทธิ์สถานที่…เขาพนมรุ้ง
เรื่อง / ภาพ โดย Another Planet

รวม “ที่เที่ยวหัวหิน”


 สถานที่เที่ยววันหยุดกันแบบเบาๆ ทุกช่วงเทศกา7ล โดยเฉพาะหน้าองศาร้อนแบบนี้ บอกได้คำเดียวว่า ไปง่าย ไปได้ ไปดี ต้องที่แห่งนี้ “หัวหิน” แหล่งรวมบรรยากาศเก่าๆ เอาใจทั้งคนแก่ ดึงดูดใจทั้งวัยเก๋า ให้เข้ามาสัมผัส ทะเล แห่งปัจุบันและวันวานอยู่เสมอ ไม่ต้องไปไหนไกลมาก เดินทางกันใกล้ๆ ใช้เวลาต่อวันให้อิ่มหนำกับความ “คลาสสิก” บวก “โบราณ” กับทั้งหลายสถาน ที่เที่ยวหัวหิน

Cicada Market

cicada
cicada
cicada
         “Cicada Market” (ซิเคด้า มาร์เก็ต) หนึ่งในที่เที่ยวหัวหิน แปลกันตรงๆ ก็ “ตลาดจั๊กจั่น” ตลาดแนวๆ (แนวคิดสร้างสรรค์) เป็นการฉกฉวยศิลปะมาเป็นสื่อกลางระหว่าง “ผู้ใช้ความคิด” กับ “ผู้ใช้สายตา”ใครมีปัญญาคิด ประดิษฐ์นั่นนี่ ก็เอามาโชว์กันแบบเสรี ตั้งแต่งานแฮนด์เมด ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้มือสอง จนถึงสินค้าเอสเอ็มอีที่มีไอเดียเก๋ๆ รอให้คนเก๋าๆ เค้ามาชม ช็อป ชิม กันแบบอิ่มทั้งกายและใจ มากไปกว่านั้นยังมีกิจกรรมดีจากชมรมต่างๆ เช่น กลุ่มเล่านิทาน กลุ่มละคร กลุ่มเต้นรำ กลุ่มถ่ายภาพ กลุ่มนักแสดงเปิดหมวก ฯลฯ ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสร้างสีสันและเสริมสร้างสุนทรียภาพ ท่ามกลางบรรยากาศ Tropical Garden อันร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้งามอายุร่วมร้อยปีบนพื้นที่เกือบ 10 ไร่ของหัวหินCicada Market จึงเป็นที่เดินเล่นยามเย็นแก้เหงาแก้เบื่อได้ไม่ยาก อ่านต่อ
           http://www.cicadamarket.net

ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม

ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม
ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม
ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม
         ที่เที่ยวหัวหินกลิ่นโบราณ “หัวหินสามพันนาม” ตลาดน้ำบรรยากาศรัตนโกสินทร์ย้อนยุค สมัยรัชกาลที่ 6 บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ถือเป็นตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย มีร้านค้าทั้งหมด 192 ร้าน และเรือขายสินค้า 46 ลำ ถ้าสังขารไหวก็เดินกันให้ครบ จะได้ไม่เสียเที่ยว แต่เชื่อว่าเพลินกับบรรยากาศรอบด้านจนลืมเมื่อยแน่ๆ เพราะโอบล้อมไปด้วยขุนเขา และติดแหล่งน้ำธรรมชาติ ลำห้วยสามพันนาม ตื่นแล้วไม่รู้จะไปเดินไหน แวะมารำลึกบรรยากาศเก่าๆ กันที่นี่ก็ดีไม่น้อย อ่านต่อ
         http://huahinsamphannamfloatingmarket.com

เพลินวาน

เพลินวาน
เพลินวาน
          ย้อนวันวาน กับ “เพลินวาน” ที่เที่ยวหัวหินที่สร้างความฮือฮาก่อนใครในย่านประจวบคิรีขันธ์ ปรับปรุงต่อเติมจนวันนี้เป็นอาณาจักรแห่งความทรงจำอันกว้างใหญ่ เรียกว่าถ่ายรูปกันได้ทุกซอกหลืบ ตั้งแต่ทางเข้ายันสุดซอยด้านใน นอกจากกลิ่นอายเก่าเอาใจคนแก่ และวัยรุ่นแล้ว เพลินวาน ยังให้การสนับสนุนและเพิ่มโอกาสให้แก่เด็กนักเรียนและคนพิการให้เข้ามาทำงานหรือขายของเพื่อหารายได้พิเศษอีกด้วย ใครแวะไปก็อย่าเอาแต่ถ่ายรูป อุดหนุนสินค้ากันบ้าง เพื่อเป็นกำลังใจให้คนค้าคนขายกันหน่อย
          http://www.plearnwan.com

ตลาดโต้รุ่งหัวหิน

ตลาดโต้รุ่ง
ตลาดโต้รุ่ง
          ใครมาเที่ยวหัวหิน มักจะต้องแวะเวียนมา “ตลาดโต้รุ่งหัวหิน” เพื่อแวะมาฝากท้องยามดึก ต่อให้กินมื้อเย็นแล้วก็ขอมาหาอะไรตบท้ายที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น กระเพาะปลา ผัดไท หอยทอด ข้าวขาหมู-ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง ซีฟู๊ด ขนมหวาน โดยเฉพาะอย่างหลัง ไปตลาดโต้รุ่งทีไรต้องยืนต่อคิวกันยาวซะทุกที อาจไม่มีอะไรหวือหวา แต่กลายเป็นสีสันที่ขาดไม่ได้ของเมืองหัวหินไปซะแล้ว

สถานีรถไฟหัวหิน

สถานีรถไฟหัวหิน
สถานีรถไฟหัวหิน
          อีกหนึ่งที่เที่ยวหัวหินความคลาสสิกที่ไม่ควรพลาด “สถานีรถไฟหัวหิน เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของหัวหิน เพราะยังคงความเป็นสมัยก่อนไว้ให้เราได้สัมผัส  อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติพากันมาแวะเวียนเยี่ยมชมสถานีรถไฟแห่งนี้ก็คือ “พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ” ซึ่งถือเป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวอำเภอหัวหินเป็นอย่างมาก



ชมภาพตลาดน้ำหัวหินสามพันนามเพิ่มเติมได้ที่นี่

http://travel.mthai.com/travel-blog/41686.html